ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การผลิตข้าวโพดหวานอินทรีย์(Organic sweet cron production)

      เป็นระบบการผลิตที่ไม่ใช้สารเคมีการเกษตรทุกชนิดเป็นต้นว่าปุ๋ยเคมี สารควบคุมการเจริญเติบโต สารควบคุมและกำจัดวัชพืชสารป้องกันกำจัดโรคแมลง ตลอดจนสารเคมีที่ใช้รมเพื่อป้องกันกำจัดแมลงศัตรูหลังเก็บเกี่ยว การผลิตข้าวโพดหวานอินทรีย์ นอก
จากจะทำให้ได้ผลผลิตข้าวโพดหวานมีคุณภาพสูง และปลอดสารพิษแล้วยังเป็นการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนด้วย
      การผลิตข้าวโพดหวานอินทรีย์เป็นระบบการผลิตทางการเกษตรที่เน้นเรื่องของธรรมชาติเป็นสำคัญเป็นการใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ตามธรรมชาติเพื่อการผลิตอย่างยั่งยืน เช่นการใช้ปุ๋ยอินทรีย์จากใบกระถินยักษ์แห้งบด การใช้สารเสริมการเจริญเติบโตจากผลิตภัณฑ์ผึ้งจากงานวิจัยของกร สุขเกษม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน และวัสดุจากไร่นาหรือจากแหล่งอื่นควบคุมโรคแมลง สัตว์ศัตรูข้าวโพดหวาน โดยวิธีการผสมผสานที่ไม่ใช้สารเคมี การเลือกใช้พันธุ์ที่เหมาะสม มีความต้านทานโดยธรรมชาติ รักษาสมดุลของสัตว์ศัตรูธรรมชาติ การจัดการสภาพแวดล้อมที่ช่วยลด การระบาดของโรคแมลง การปฏิบัติดังกล่าวก็
สามารถทำให้ข้าวโพดหวานให้ผลผลิตสูงระดับที่น่าพอใจ
       เทคโนโลยีการผลิตข้าวโพดหวานอินทรีย์มีขั้นตอนการปฏิบัติเช่นเดียวกับการผลิตข้าวโพดหวานทั่วไปจะแตกต่างกันตรงที่
หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีสังเคราะห์
ขั้นตอนการผลิตจึงมีข้อควรปฏิบัติดังนี้
1.)การเลือกพื้นที่
     เลือกพื้นที่ที่เป็นผืนใหญ่ติดต่อกัน ดินมีความอุดมสมบูรณ์ธรรมชาติค่อนข้างสูง ประกอบด้วยธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของข้าวโพดหวานอย่างพอเพียง มีแหล่งน้ำสำหรับการเพาะปลูก ไม่ควรเป็นพื้นที่ที่มีการใช้สารเคมีในปริมาณมากติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือมีการปนเปื้อนของสารเคมีสูง และห่างจากพื้นที่ที่มีการใช้สารเคมีการเกษตร พื้นที่ทีใช้ในการผลิตข้าวโพดหวานโดยปกติจะต้องมีการตรวจสอบสารตกค้างในดิน
2.)การเลือกใช้พันธุ์ข้าวโพดหวาน
    พันธุ์ข้าวโพดหวานควรมีคุณสมบัติด้านการเจริญเติบโตเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในพื้นที่ปลูกและให้ผลดีแม้ในสภาพดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างต่ำต้านทานโรคแมลงที่สำคัญไม่เป็นพันธุ์ดัดแปลงพันธุกรรม(GMOs)และมีคุณภาพเมล็ดตรงกับความต้องการของผู้บริโภคข้าวโพดหวาน ซึ่งสอดคล้องกับคุณสมบัติของข้าวโพดหวานลูกผสมพันธุ์อินทรี2จากไร่สุวรรณมีผลผลิตทั้งเปลือก1,870กิโลกรัมต่อไร่ ความแข็งแรงของรากและลำต้นดีคุณภาพเมล็ดดีหอมหวานเมื่อแปรรูปเป็นน้ำข้าวโพด ต้ม อื่นๆ
3.)การเตรียมพันธุ์เลือกใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดหวานมาตรฐานการผลิตจากแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดหวานที่ได้รับการดูแลอย่างดีมีอัตราการงอกสูง ผ่านการเก็บรักษาโดยไม่ใช้สารเคมีสังเคราะห์ปราศจากโรคแมลง
4.)การเตรียมดิน
     วัตถุประสงค์หลักของการเตรียมดิน คือสร้างสภาพที่เหมาะสมต่อปลูกและการเจริญเติบโตของข้าวโพดหวาน ช่วยควบคุมวัชพืช โรคแมลง และสัตว์ศัตรูข้าวโพดหวานบางชนิด การเตรียมดินมากน้อยขึ้นอยู่กับคุณสมบัติ และสภาพแวดล้อมในแปลงข้าวโพดหวานโดยการไถดะ ไถแปร ยกร่อง
5.)วิธีปลูก
     ยกร่องแถวเดี่ยวและร่องแถวคู่ 75เซนติเมตรและ120เซนติเมตรตามลำดับระยะห่างแถวเดี่ยว25-30เซนติเมตรส่วนแถวคู่นั้น
ระหว่างแถวห่าง30เซนติเมตรระหว่างต้นห่างกัน25เซนติเมตรอัตราการใช้เมล็ด1.0-1.5กิโลกรัมต่อไร่หยอด1-2เมล็ดต่อหลุมใน
1ไร่จะมีจำนวนต้นข้าวโพด7,000-8,500ต้น
6.)การจัดการความอุดมสมบูรณ์ของดิน
     เนื่องจากการปลูกข้าวโพดอินทรีย์ ต้องหลีกเลี่ยงการใช้ปุ๋ยเคมี ดังนั้น การเลือกพื้นที่ปลูกที่ดิน มีความอุดมสมบูรณ์สูงตามธรรมชาติจึงเป็นการเริ่มต้นที่ได้เปรียบ เพื่อรักษาระดับผลผลิตให้อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ นอกจากนั้นเกษตรกรยังต้องรู้จักการจัดการดินที่ถูกต้องและพยายามรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดินให้เหมาะสมกับการปลูกข้าวโพดหวานให้ได้คุณภาพดีมากที่สุด
(6.1)การจัดการดิน
        มีข้อแนะนำเกี่ยวกับการจัดการเพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดินให้เหมาะสมกับการปลูกข้าวโพดหวานอินทรีย์ดังนี้
      -ไม่เผาตอซังข้าวโพดหวาน และเศษวัสดุอินทรีย์ในแปลงข้าวโพดหวานเพราะเป็นการทำลายอินทรียวัตถุและจุลินทรีย์ที่ดี
      -ไม่นำชิ้นส่วนของพืชที่ไม่ใช้ประโยชน์โดยตรงออกจากแปลงปลูกแต่ควรนำวัสดุอินทรีย์จากแปลงใกล้เคียงใส่ให้สม่ำเสมอ
      -เพิ่มอินทรีย์วัตถุให้กับดินโดยการใส่ใบกระถินยักษ์แห้งบดและวัสดุอินทรีย์ที่เกิดขึ้นในระบบการปลูกให้เกิดประโยชน์
      -การวิเคราะห์ดินต้องปฏิบัติทุกปีและแก้ไขภาวะกรด-ด่างให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตถ้าพบว่าดินเป็นกรดปรับด้วยขี้เถ้า
(6.2)การใช้ปุ๋ยอินทรีย์
    แสวงหาจากแหล่งธรรมชาติสร้างให้เกิดในพื้นที่ทีละเล็กทีละน้อยสม่ำเสมอได้แก่ปุ๋ยคอกหรือมูลสัตว์ ปุ๋ยหมักด้วยเชื้อจุลินทรีย์
(6.3)การใช้อินทรียวัตถุบางอย่างทดแทนปุ๋นเคมี
    หากปฏิบัติตามคำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการความอุดมสมบูรณ์ไม่เพียงพอหรือขาดธาตุอาหารที่สำคัญบางชนิด สามารถนำอินทรียวัตถุจากแหล่งธรรมชาติต่อไปนี้ทดแทนปุ๋ยเคมีบางชนิดได้คือ
-แหล่งไนโตรเจน เช่นแหนแดง สาหร่ายสีน้ำเงินแกมเขียว กากเมล็ดสะเดา เลือดสัตว์แห้ง กระดูกป่นเป็นต้น
-แหล่งฟอสฟอรัสเช่นหินฟอสเฟต กระดูกป่น มูลไก่ มูลค้างคาว กากเมล็ดพืช ขี้เถ้าไม้ สาหร่ายทะเล เป็นต้น
-แหล่งโพแทสเชียมเช่นขี้เถ้า และหินบางชนิด
-แหล่งแคลเซียมเช่นปูนขาว โดโลไมท์ เปลือกหอยป่น กระดูกป่น เป็นต้น
7.)ระบบการปลูก
8.)การควบคุมวัชพืช
9.)การป้องกันกำจัดโรคแมลง
10.)การจัดการน้ำ
11.)ระยะเก็บเกี่ยว
12.)การเก็บรักษาผลผลิต
13.)การแปรรูปและหีบห่อ
เพื่อให้ได้ระบบการผลิตข้าวโพดหวานอินทรีย์ถูกต้องตามหลักการเกษตรอินทรีย์และได้ผลผลิตที่ปลอดภัยจากสารพิษจำเป็นต้องมีการตรวจสอบที่ชัดเจนมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับหลักการของเกษตรอินทรีย์ได้จัดทำมาตรฐานการผลิตพืชอินทรีย์ของประเทศ พ.ศ.2543 เพื่อเป็นกรอบแนวทางการผลิต การแปรรูป การหีบห่อ การขนส่ง ตลอดจนการนำออกจำหน่ายผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ให้ประสบผลสำเร็จทั้งตลาดในและต่างประเทศต้องมีการตรวจสอบขั้นตอนการผลิตและการตรวจรับรองคุณภาพในห้องปฏิบัติการ เพื่อให้แน่ใจว่ามีคุณภาพดีและสอดคล้องกับมาตรฐานที่กำหนดโดยFAO/WHO/IFOAMต่อไป

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บทบาทของโปรตีน อะมิโน R&D 2551

บทบาทของโปรตีน อะมิโน R&D 2551 ในการลดต้นทุน/เพิ่มผลผลิต             ต้องยอมรับความจริงว่าประเทศไทยมีการใช้ “หัวเชื้อจุลินทรีย์”ในการเกษตรมากขึ้น  เพราะเชื่อว่ามันเป็นกลไกสำคัญในการปรับปรุงบำรุงดินดีขึ้นลดการใช้ปุ๋ยเคมี             แต่หัวเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดยังไม่ได้รับการตรวจสอบและรับรองคุณภาพหรือได้ใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายจากกรมวิชาการเกษตร             ด้วยเหตุนี้ อาจารย์กร  สุขเกษม  วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน ได้คิดค้นและวิจัยโดยสกัดหน่วยเล็กสุดของโปรตีนจากผลิตภัณฑ์ผึ้งในรูปแบบของ “พอลิเปปไทด์พับซ้อนอัดแน่น”ซึ่งมีโมแลกุลที่มีพลังประจุไฟฟ้าหลายกลุ่มมีความสำคัญที่สุดต่อเซลล์สิ่งมีชีวิตและมีคุณสมบัติการทำละลายทางกายภาพ     และ ฟิสิกส์ของแร่ธาตุในดินและน้ำ             เป็นเวลากว่า 4 ปีในการวิจัยและทดสอบหัวเชื้อจุลินทรีย์โปรตีนอะมิโนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอย่าง ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา เป็นต้น นายพิเชษฐ  ไชยพาณิชย์ ผ.อ ยืนยันว่าให้ผลผลิตยางมากที่สุดนอกจากนี้สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ม.เกษตรฯบางเขนได้ทดสอบแล้วพบว่ามีโปรตีน 13.33% ของน้ำหนักและจุลินทรีย์อะมิโนโปรตีน…

วิธีแก้ราสนิมของแก้วมังกรด้วย PARD2551 ได้ผลจากการใช้จริงในพื้นที่ทุกภาคมา 2-3 ปี

โรคเชื้อราสนิม ที่เกิดกับแก้วมังกร
           มีลักษณะคล้ายกับ โรคในมะนาว เป็นโรคที่แก้ไม่หายด้วยสารเคมี จากการพยายามมานานของเกษตรกรและมีราคาแพง จึงทำให้เป็นปัญหาต่อการผลิตแก้วมังกรในประเทศ ซึ่งมีความต้องการของตลาดสุขภาพสูงและขายได้ราคาดีเป็นโอกาสที่เกษตรจะสร้างรายได้ในครัวเรือนได้เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง           โรคนี้เรียกว่า โรคลำต้นจุดสีน้ำตาล เชื้อสาเหตุโรคเกิดจากเชื้อรา Dothiorella sp.พบว่าระบาดหลายระดับทั่วทุกภาคของประเทศประเทศ
อาการของโรค
          ลักษณะอาการจะพบในบริเวณกิ่งอ่อนและผลอ่อนเป็นจุดสีเหลือง จากนั้นจะเกิดเป็นตุ่มจุดนูนเล็กสีน้ำตาลคล้ายสนิม และคล้ายแผลขนาดใหญ่คล้ายรอยปื้นไหม้ ถ้าเกิดที่ผลทำให้ผลเสียหายเป็นตำหนิ ทำให้ราคาและคุณภาพต่ำ
แนวทางการแก้ไข
          ลดการใช้ปุ๋ยเคมี คอก มากเกินไป ทำให้ต้นอ่อนแอต่อโรค โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรีย และปุ๋ยคอก หมักที่ไม่สมบูรณ์ใส่ให้น้อยที่สุดเท่าที่ต้นไม่ขาดธาตุอาหารก็เพียงพอ
          ใช้สารสูตรโปรตีนพิเศษเฉพาะ PARD ฉีดพ่นต้นทุก 7-15 วัน และให้ฉีดลงดินด้วยเปลี่ยนรูปแหล่งหลบซ่อนของเชื้อที่อาศัยในดิน ถ้ายังไม่หายมากเป็นที่น่าพอใจก็เพิ่มเวลา…

สวนทุเรียนน้องใหม่อายุ1ปี4เดือนที่สุราษฎร์เกิดใบเหลืองร่วง

ผลไม้ที่คนต่างประเทศแย่งคนไทยบริโภคยุคนี้จะเป็นอย่างอื่นไม่ได้นั่นคือผลทุเรียน โดยเฉพาะชาวจีนเข้ามาทำเป็นธุรกิจถึงถิ่น
ปลูกกันเลย ยังมีชาวฮ่องกง ญี่ปุ่น ยุโรป ฯรู้จักรับประทานเพราะชื่นชอบรสชาติกันอย่างดี ด้วยเหตุนี้เกษตรกรผู้ปลูกสวนยางพารา
ที่ราคาตกต่ำหันมาปลูกทุเรียนกันมากขึ้นทุกวัน แต่การสร้างสวนใหม่นั้นก็พบปัญหานานาประการ การทำเกษตรนั้นส่วนมากในบ้าน
เราส่วนใหญ่เกษตรกรทำกันไปโดยประมาณไม่แน่นอน บอกต่อกันแนะนำไปตามเขาว่ามาจึงพบปัญหาใหม่ๆเข้ามาให้แก้ไขกันอยู่
เสมอก็เป็นอย่างนี้แหละ แต่บางคนที่จริงจังในการทำนั้นไม่ยอมอยู่นิ่งเฉยหาวิธีการใหม่ๆมาทดลองแต่ก็ไม่พ้นปัญหาอยู่ดี มีคนบอก
ใช้สารเคมีดินเสียจึงไปเอาขี้วัวมาใส่ต้นละกระสอบ ผลการใช้ทำให้ใบร่วงเหลืองทั้งสวนนี่แหละครับ บันทึกผู้สอบถามแต่ละวันเก็บ
ปัญหาที่แตกต่างกันออกไปไว้แต่ช่วยแนะนำไปแล้วให้ใส่ทีละเล็กละน้อยก็ดีขึ้น