ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การปลูกข้าวใช้น้ำจากนากุ้งก้ามกรามผสม

การรับรู้และการปรับตัวต่อผลกระทบจากภัยน้ำท่วมของชาวนาในพื้นที่ลุ่ม กรณีศึกษาของเกษตรกรผู้ทำนาข้าวและเลี้ยงกุ้งก้ามกรามผสม
          พื้นที่เกษตรกรรมผสมผสานประมาณ 190 ไร่ ของคุณบรรจงและวันเพ็ญทำนามากว่า 20 ปีในพื้นที่บางปลาม้า มีการปรับเปลี่ยนวิธีการปลูกข้าวมาเพาะเลี้ยงกุ้งให้เหมาะสมกับพื้นที่บางส่วนแบบผสมผสานเนื่องจากราคาข้าวที่ต่ำทำให้ขาดทุน จนทำให้มีหนี้สินเพิ่มมากขึ้นจากค่าใช้จ่ายคงที่ ค่าใช้จ่ายผันแปรและผลผลิตตกต่ำที่มาจากภัยน้ำท่วมตลอดจนมีโรคแมลงพืชเข้ามาทำลายเป็นจำนวนมากทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณพื้นที่ต่ำกว่าแปลงอื่นคล้ายคลึงกับแก้มลิงส่วนรับน้ำทำให้ไม่สามารถระบายน้ำได้ในช่วงฝนตกหนักทำให้เป็นแหล่งรับน้ำหลากจากแปลงข้างเคียงโดยตรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงเกืดน้ำท่วมขังประมาณเดือนกันยายน-ธันวาคม การเดินทางในช่วงนี้ต้องใช้เรือเพื่อออกไปสู่ชุมชน ทำให้เสียโอกาสในการทำนาข้าว เกษตรกรจึงหันมาเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกรามผสมกุ้งขาวแวนนาไม ในช่วงแรกน้ำขุ่นสีน้ำตาลอ่อน เกิดขี้แดด สาหร่ายสีเขียวเกิดมากน้ำเป็นฟองกุ้งไม่ค่อยโต ยังมีหนี้สินต่อเนื่องมาจนมาพบกับทีมงานอาจารย์ กร สุขเกษม นำวิธิปรับปรุงน้ำมาแนะนำช่วงแรกก็ไม่เชื่อเพราะวิธีการง่ายๆใช้สารจากงานวิจัย 5-10 ซีซีต่อ1ไร่ทุก3วันทำให้ผลผลิตสูงเริ่มใช้หนี้ได้มากกินดีอยู่ดีขึ้นจนการเลี้ยงกุ้งผันตัวมาเป็นรายได้หลักให้แก่ครอบครัว
วิธีการดำเนินงาน
แบ่งพื้นที่นา 190 ไร่เป็น2ส่วน ได้แก่ นาข้าว 100 ไร่ และนากุ้ง 90 ไร่ ปรับดินเป็นคันบ่อสูงระดับถนนเสันทางหลัก จำนวน 9 บ่อขนาดเฉลี่ยบ่อละ 10 ไร่ โดยใช้พันธุ์ุกุ้งขาว 300,000 ตัวและกุ้งก้ามกราม 60,000 ตัว เมื่อกุ้งโตได้ขนาดจับขายโดยคัดขนาดรอบแรก 733,000 บาท และเดือนต่อมาจับรอบที่สองได้ 950,000 บาท
ขั้นตอนการดำเนินงาน
เกษตรกรให้อาหารตามคำแนะนำทุกวัน แต่จะให้ความสำคัญในการปรับสภาพน้ำเพื่อเพิ่มคุณภาพให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของกุ้ง และยังทำให้เกิดอาหารที่เกิดขึ้นมากมากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งหนอนแดงที่กุ้งชอบกินแทนวิตามินอาหารเสริมที่ไม่ต้องซื้อประหยัดเงินได้ถึง 2-4หมื่นต่อเดือน นอกจากนั้นยังรักษาความสมดุลของสาหร่าย ไดอะตอม อื่นๆที่เป็นแหล่งอาหารธรรมชาติไม่ให้มากเกินไปเป็นสาเหตุน้ำเน่าเสียทำให้กุ้งลอยตายได้ การทำอาชีพเกษตรไม่ใช่ขยันพากเพียรอย่างเดียวจะสำเร็จได้ต้องมีหลักวิชาการร่วมด้วยช่วยกัน ทีมงานแนะวิธีจัดการดำเนินงานพร้อมนำงานวิจัยโปรตีนอะมิโน PARD 2551 ของกร สุขเกษม ระดับปริญญาเอก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางเขนมาเป็นหลักสำคัญในการดูแลคุณภาพน้ำ สำหรับน้ำจากบ่อกุ้งได้ปล่อยไปในนาข้าวโดยตรงทำให้ได้ผลผลิตข้าวมากกว่าแปลงที่ใช้น้ำจากแหล่งในชุมชนถึง 40-60% เฉลี่ยได้ข้าวไม่ต่ำ 1,000 กิโลกรัมต่อไร่ ในระยะเวลา 2 ปี

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บทบาทของโปรตีน อะมิโน R&D 2551

บทบาทของโปรตีน อะมิโน R&D 2551 ในการลดต้นทุน/เพิ่มผลผลิต             ต้องยอมรับความจริงว่าประเทศไทยมีการใช้ “หัวเชื้อจุลินทรีย์”ในการเกษตรมากขึ้น  เพราะเชื่อว่ามันเป็นกลไกสำคัญในการปรับปรุงบำรุงดินดีขึ้นลดการใช้ปุ๋ยเคมี             แต่หัวเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดยังไม่ได้รับการตรวจสอบและรับรองคุณภาพหรือได้ใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายจากกรมวิชาการเกษตร             ด้วยเหตุนี้ อาจารย์กร  สุขเกษม  วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน ได้คิดค้นและวิจัยโดยสกัดหน่วยเล็กสุดของโปรตีนจากผลิตภัณฑ์ผึ้งในรูปแบบของ “พอลิเปปไทด์พับซ้อนอัดแน่น”ซึ่งมีโมแลกุลที่มีพลังประจุไฟฟ้าหลายกลุ่มมีความสำคัญที่สุดต่อเซลล์สิ่งมีชีวิตและมีคุณสมบัติการทำละลายทางกายภาพ     และ ฟิสิกส์ของแร่ธาตุในดินและน้ำ             เป็นเวลากว่า 4 ปีในการวิจัยและทดสอบหัวเชื้อจุลินทรีย์โปรตีนอะมิโนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอย่าง ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา เป็นต้น นายพิเชษฐ  ไชยพาณิชย์ ผ.อ ยืนยันว่าให้ผลผลิตยางมากที่สุดนอกจากนี้สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ม.เกษตรฯบางเขนได้ทดสอบแล้วพบว่ามีโปรตีน 13.33% ของน้ำหนักและจุลินทรีย์อะมิโนโปรตีน…

วิธีแก้ราสนิมของแก้วมังกรด้วย PARD2551 ได้ผลจากการใช้จริงในพื้นที่ทุกภาคมา 2-3 ปี

โรคเชื้อราสนิม ที่เกิดกับแก้วมังกร
           มีลักษณะคล้ายกับ โรคในมะนาว เป็นโรคที่แก้ไม่หายด้วยสารเคมี จากการพยายามมานานของเกษตรกรและมีราคาแพง จึงทำให้เป็นปัญหาต่อการผลิตแก้วมังกรในประเทศ ซึ่งมีความต้องการของตลาดสุขภาพสูงและขายได้ราคาดีเป็นโอกาสที่เกษตรจะสร้างรายได้ในครัวเรือนได้เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง           โรคนี้เรียกว่า โรคลำต้นจุดสีน้ำตาล เชื้อสาเหตุโรคเกิดจากเชื้อรา Dothiorella sp.พบว่าระบาดหลายระดับทั่วทุกภาคของประเทศประเทศ
อาการของโรค
          ลักษณะอาการจะพบในบริเวณกิ่งอ่อนและผลอ่อนเป็นจุดสีเหลือง จากนั้นจะเกิดเป็นตุ่มจุดนูนเล็กสีน้ำตาลคล้ายสนิม และคล้ายแผลขนาดใหญ่คล้ายรอยปื้นไหม้ ถ้าเกิดที่ผลทำให้ผลเสียหายเป็นตำหนิ ทำให้ราคาและคุณภาพต่ำ
แนวทางการแก้ไข
          ลดการใช้ปุ๋ยเคมี คอก มากเกินไป ทำให้ต้นอ่อนแอต่อโรค โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรีย และปุ๋ยคอก หมักที่ไม่สมบูรณ์ใส่ให้น้อยที่สุดเท่าที่ต้นไม่ขาดธาตุอาหารก็เพียงพอ
          ใช้สารสูตรโปรตีนพิเศษเฉพาะ PARD ฉีดพ่นต้นทุก 7-15 วัน และให้ฉีดลงดินด้วยเปลี่ยนรูปแหล่งหลบซ่อนของเชื้อที่อาศัยในดิน ถ้ายังไม่หายมากเป็นที่น่าพอใจก็เพิ่มเวลา…

สวนทุเรียนน้องใหม่อายุ1ปี4เดือนที่สุราษฎร์เกิดใบเหลืองร่วง

ผลไม้ที่คนต่างประเทศแย่งคนไทยบริโภคยุคนี้จะเป็นอย่างอื่นไม่ได้นั่นคือผลทุเรียน โดยเฉพาะชาวจีนเข้ามาทำเป็นธุรกิจถึงถิ่น
ปลูกกันเลย ยังมีชาวฮ่องกง ญี่ปุ่น ยุโรป ฯรู้จักรับประทานเพราะชื่นชอบรสชาติกันอย่างดี ด้วยเหตุนี้เกษตรกรผู้ปลูกสวนยางพารา
ที่ราคาตกต่ำหันมาปลูกทุเรียนกันมากขึ้นทุกวัน แต่การสร้างสวนใหม่นั้นก็พบปัญหานานาประการ การทำเกษตรนั้นส่วนมากในบ้าน
เราส่วนใหญ่เกษตรกรทำกันไปโดยประมาณไม่แน่นอน บอกต่อกันแนะนำไปตามเขาว่ามาจึงพบปัญหาใหม่ๆเข้ามาให้แก้ไขกันอยู่
เสมอก็เป็นอย่างนี้แหละ แต่บางคนที่จริงจังในการทำนั้นไม่ยอมอยู่นิ่งเฉยหาวิธีการใหม่ๆมาทดลองแต่ก็ไม่พ้นปัญหาอยู่ดี มีคนบอก
ใช้สารเคมีดินเสียจึงไปเอาขี้วัวมาใส่ต้นละกระสอบ ผลการใช้ทำให้ใบร่วงเหลืองทั้งสวนนี่แหละครับ บันทึกผู้สอบถามแต่ละวันเก็บ
ปัญหาที่แตกต่างกันออกไปไว้แต่ช่วยแนะนำไปแล้วให้ใส่ทีละเล็กละน้อยก็ดีขึ้น