ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความจากดร.สุธี อินทรสกุล

          มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2556 ในการแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำโดยให้ช่วยเหลือปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกรชาวสวนยางพารา จำนวน 2,520 บาทต่อไร่ ในวงเงิน 21,200 ล้านบาท ทำให้เกษตรกรมีรายได้ตอบแทนจากราคาเป็นจำนวน 91 บาท ต่อกิโลกรัม เปรียบเทียบกับราคายางที่เกษตรกรขายได้ เฉลี่ย 79 บาท ต่อกิโลกรัมในปัจจุบัน โดยเป็นมาตรการช่วยเหลือเป็นระยะเวลา 7 เดือน ตั้งแต่เดือนกันยายน 2556 ถึง เดือนมีนาคม 2557 ทั้งนี้รัฐบาลยืนยันว่าจะไม่มีการแทรกแซงราคา เพราะจะมีผลกระทบต่อการบิดเบือนตลาด และส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจยางพาราของประเทศในภาพรวม สำหรับมาตรการดังกล่าว มีผู้ออกมาแสดงความคิดเห็น ต่างๆ นาๆ ทั้งในแง่บวกและลบ บ้างก็ว่าเป็นมาตรการที่ออกมาเพียงช่วยเหลือเกษตรกรที่เดือดร้อน และพอที่จะลดความเหลื่อมล้ำเมื่อเปรียบเทียบกับมาตรการประกันราคาข้าวได้ส่วนหนึ่ง ในขณะที่ผู้แทนชาวสวนยางกลับมองว่า ลึกๆ จริงๆ แล้ว  แม้จะยังไม่พอใจกับมาตรการดังกล่าว แต่ก็จำเป็นต้องยอมรับสภาพหรือ จำยอมกับความช่วยเหลือดังกล่าวไปพลางๆ ก่อน สุดท้ายถึงกับมีการวิพากษ์วิจารณ์ไปถึงนโยบายของรัฐบาลที่ปล่อยปละละเลยให้มีการขยายพื้นที่ปลูกยางพารามากจนเกินไป รวมแม้กระทั่งปลูกในพื้นที่ไม่เหมาะสม เช่น พื้นที่นา พื้นที่น้ำท่วมขัง พื้นที่บนภูเขา ทำให้ยากต่อการดูแลและได้รับผลผลิตต่ำจนไม่คุ้มกับผลิตภาพหรือผลิตผลต่อไร่  ที่ควรได้รับจริง ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากการเร่งขยายพื้นที่ของชาวสวนยางที่มากเกินไปนั่นเอง สำหรับเรื่องดังกล่าวหากจะไปท้วงติงภาครัฐว่า ปล่อยปละละเลยจนเกินเหตุก็คงจะไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะส่วนราชการที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ กรมวิชาการเกษตร ได้จัดทำเอกสารวิชาการพื้นที่เหมาะสมสำหรับปลูกยางพาราของประเทศไทยและผลผลิตที่คาดว่าจะได้รับไว้ล่วงหน้า และแม้จะนำมาใช้ประกอบการแนะนำชาวสวนยางให้ใช้ประกอบการพิจารณาตัดสินใจไว้แล้ว แต่การจะไปบังคับเกษตรกรไม่ให้ปลูกยางในพื้นที่ไม่เหมาะสมนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะกับพี่น้องเกษตรกรที่เป็นเจ้าของสวนยางขนาดเล็ก และสามารถเลือกตัดสินใจที่จะปลูกยางได้โดยอิสระ


                สำหรับอนาคตของยางพารานั้น เชื่อเหลือเกินว่าพี่น้องชาวสวนยางยังไม่ทราบว่า ราคายางจะไม่รุ่งโรจน์ชัชวาล เหมือนเมื่อสิบปีที่ผ่านมา ซึ่งโลกเคยได้อานิสงค์จากจีนที่เข้าเป็นสมาชิกองค์การค้าโลก และกลายเป็นผู้ใช้ยางหลัก ทำให้มีความต้องการใช้ยางธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น บวกกับเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างร้อนแรงเกินสองหลัก ยิ่งทำให้จีนต้องเร่งนำเข้ายางธรรมชาติเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตยางรถยนต์มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง  อย่างไรก็ตามในช่วงตั้งแต่ พ.ศ.2548 – 2549  ที่ราคายางเริ่มปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนราคาพุ่งสูงสุดในช่วงปี พ.ศ. 2554  ทำให้ผู้ประกอบการจีนหลายรายประสบปัญหาราคาวัตถุดิบสูงจนต้องปิดตัวลง  และจากปัญหาราคายางผันผวนในช่วงดังกล่าวนี่เองที่ทำให้จีนได้เริ่มปรับตัวจากการเป็นผู้ผลิตอุตสาหกรรมปลายน้ำ ก้าวไปสู่การผลิตยางในระดับต้นน้ำโดยไปลงทุนปลูกยางทั้งในเวียดนาม, พม่า และกัมพูชา นอกจากนั้นในปีนี้ รัฐบาลจีนยังได้เพิ่มมาตรการการเงินที่เข้มงวดรัดโดยไม่ปล่อยกู้ให้กับผู้นำเข้ายางของจีนได้อย่างเสรีต่อไป ทำให้ความต้องการนำเข้ายางจากจีนลดลง เพราะผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยางรถยนต์ต้องหันกลับไปซื้อสต็อกของจีนที่มีอยู่แล้วที่คลังสินค้าทัณฑ์บนท่าเรือชิงเต่าแทนการนำเข้า บวกกับผลผลิตยางที่ล้นตลาดจากประเทศผู้ผลิตยางรายใหม่ เช่น เวียดนาม, กัมพูชา, พม่า และลาว  สวนทางกับความต้องการยางที่ลดลงของโลก คาดว่า สิ้นปีนี้โลกจะมียางธรรมชาติเกินความต้องการใช้อยู่ประมาณ 417,000 ตัน จึงทำให้ราคายางมีแนวโน้มลดลง  นอกจากนั้น ยังมีความเป็นไปได้สูงที่สถานการณ์เศรษฐกิจขาลงจะเป็นเช่นนี้อีกหลายปีและมีผลต่อราคายางด้วย ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องพิจารณากำหนดยุทธศาสตร์ยางพาราใหม่นับจากนี้เป็นต้นไปให้ทันกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไป

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บทบาทของโปรตีน อะมิโน R&D 2551

บทบาทของโปรตีน อะมิโน R&D 2551 ในการลดต้นทุน/เพิ่มผลผลิต             ต้องยอมรับความจริงว่าประเทศไทยมีการใช้ “หัวเชื้อจุลินทรีย์”ในการเกษตรมากขึ้น  เพราะเชื่อว่ามันเป็นกลไกสำคัญในการปรับปรุงบำรุงดินดีขึ้นลดการใช้ปุ๋ยเคมี             แต่หัวเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดยังไม่ได้รับการตรวจสอบและรับรองคุณภาพหรือได้ใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายจากกรมวิชาการเกษตร             ด้วยเหตุนี้ อาจารย์กร  สุขเกษม  วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน ได้คิดค้นและวิจัยโดยสกัดหน่วยเล็กสุดของโปรตีนจากผลิตภัณฑ์ผึ้งในรูปแบบของ “พอลิเปปไทด์พับซ้อนอัดแน่น”ซึ่งมีโมแลกุลที่มีพลังประจุไฟฟ้าหลายกลุ่มมีความสำคัญที่สุดต่อเซลล์สิ่งมีชีวิตและมีคุณสมบัติการทำละลายทางกายภาพ     และ ฟิสิกส์ของแร่ธาตุในดินและน้ำ             เป็นเวลากว่า 4 ปีในการวิจัยและทดสอบหัวเชื้อจุลินทรีย์โปรตีนอะมิโนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอย่าง ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา เป็นต้น นายพิเชษฐ  ไชยพาณิชย์ ผ.อ ยืนยันว่าให้ผลผลิตยางมากที่สุดนอกจากนี้สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ม.เกษตรฯบางเขนได้ทดสอบแล้วพบว่ามีโปรตีน 13.33% ของน้ำหนักและจุลินทรีย์อะมิโนโปรตีน…

วิธีแก้ราสนิมของแก้วมังกรด้วย PARD2551 ได้ผลจากการใช้จริงในพื้นที่ทุกภาคมา 2-3 ปี

โรคเชื้อราสนิม ที่เกิดกับแก้วมังกร
           มีลักษณะคล้ายกับ โรคในมะนาว เป็นโรคที่แก้ไม่หายด้วยสารเคมี จากการพยายามมานานของเกษตรกรและมีราคาแพง จึงทำให้เป็นปัญหาต่อการผลิตแก้วมังกรในประเทศ ซึ่งมีความต้องการของตลาดสุขภาพสูงและขายได้ราคาดีเป็นโอกาสที่เกษตรจะสร้างรายได้ในครัวเรือนได้เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง           โรคนี้เรียกว่า โรคลำต้นจุดสีน้ำตาล เชื้อสาเหตุโรคเกิดจากเชื้อรา Dothiorella sp.พบว่าระบาดหลายระดับทั่วทุกภาคของประเทศประเทศ
อาการของโรค
          ลักษณะอาการจะพบในบริเวณกิ่งอ่อนและผลอ่อนเป็นจุดสีเหลือง จากนั้นจะเกิดเป็นตุ่มจุดนูนเล็กสีน้ำตาลคล้ายสนิม และคล้ายแผลขนาดใหญ่คล้ายรอยปื้นไหม้ ถ้าเกิดที่ผลทำให้ผลเสียหายเป็นตำหนิ ทำให้ราคาและคุณภาพต่ำ
แนวทางการแก้ไข
          ลดการใช้ปุ๋ยเคมี คอก มากเกินไป ทำให้ต้นอ่อนแอต่อโรค โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรีย และปุ๋ยคอก หมักที่ไม่สมบูรณ์ใส่ให้น้อยที่สุดเท่าที่ต้นไม่ขาดธาตุอาหารก็เพียงพอ
          ใช้สารสูตรโปรตีนพิเศษเฉพาะ PARD ฉีดพ่นต้นทุก 7-15 วัน และให้ฉีดลงดินด้วยเปลี่ยนรูปแหล่งหลบซ่อนของเชื้อที่อาศัยในดิน ถ้ายังไม่หายมากเป็นที่น่าพอใจก็เพิ่มเวลา…

สวนทุเรียนน้องใหม่อายุ1ปี4เดือนที่สุราษฎร์เกิดใบเหลืองร่วง

ผลไม้ที่คนต่างประเทศแย่งคนไทยบริโภคยุคนี้จะเป็นอย่างอื่นไม่ได้นั่นคือผลทุเรียน โดยเฉพาะชาวจีนเข้ามาทำเป็นธุรกิจถึงถิ่น
ปลูกกันเลย ยังมีชาวฮ่องกง ญี่ปุ่น ยุโรป ฯรู้จักรับประทานเพราะชื่นชอบรสชาติกันอย่างดี ด้วยเหตุนี้เกษตรกรผู้ปลูกสวนยางพารา
ที่ราคาตกต่ำหันมาปลูกทุเรียนกันมากขึ้นทุกวัน แต่การสร้างสวนใหม่นั้นก็พบปัญหานานาประการ การทำเกษตรนั้นส่วนมากในบ้าน
เราส่วนใหญ่เกษตรกรทำกันไปโดยประมาณไม่แน่นอน บอกต่อกันแนะนำไปตามเขาว่ามาจึงพบปัญหาใหม่ๆเข้ามาให้แก้ไขกันอยู่
เสมอก็เป็นอย่างนี้แหละ แต่บางคนที่จริงจังในการทำนั้นไม่ยอมอยู่นิ่งเฉยหาวิธีการใหม่ๆมาทดลองแต่ก็ไม่พ้นปัญหาอยู่ดี มีคนบอก
ใช้สารเคมีดินเสียจึงไปเอาขี้วัวมาใส่ต้นละกระสอบ ผลการใช้ทำให้ใบร่วงเหลืองทั้งสวนนี่แหละครับ บันทึกผู้สอบถามแต่ละวันเก็บ
ปัญหาที่แตกต่างกันออกไปไว้แต่ช่วยแนะนำไปแล้วให้ใส่ทีละเล็กละน้อยก็ดีขึ้น