ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การพัฒนาแก้ไขปัญหาการเลี้ยงกุ้งและสัตว์น้ำ Development solving shrimp culture problem By Gon sukkasem

การพัฒนาแก้ไขปัญหาการเลี้ยงกุ้งและสัตว์น้ำ
Development solving shrimp culture problem
By Gon sukkasem (KU)
     
ที่มาและปัญหา
                อุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งในประเทศไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยาวนานประเทศไทยเคยเป็นผู้ส่งออกกุ้งอันดับหนึ่งของโลกสูงกว่า  600,000  ตันต่อปี   แต่น่าเสียดายปัจจุบันปี 2557  มีผลผลิตกุ้งส่งออกเพียง  230,000  ตันต่อปี  ลดลงจากปีก่อน  8%ในขณะนานาประเทศมีการส่งออกเพิ่มขึ้นเช่น อเมริกากลางและใต้  520,000  ตัน  เพิ่ม  20% ,  อินเดีย  400,000  ตัน   เพิ่ม  48% ,     จีน  400,000  ตัน33% ,  เวียดนาม  360,000 ตัน  50%     ผลผลิตรวม  2.27  ล้านตันต่อปี
                เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทยส่วนใหญ่ประสบปัญหาผลผลิตตกต่ำ ไม่มีคุณภาพ อันมีสาเหตุมาจากการจัดการบ่อไม่ดี การจัดการน้ำที่ไม่เหมาะสม   ความรู้ความเข้าใจในการเติมแร่ธาตุ การให้อาหาร มักไม่พอดีกับความต้องการที่แท้จริงของกุ้งและทำให้เกิดน้ำเน่าเสียส่วนที่สำคัญอีกอย่างคือการคาดเดา ตีความ วิเคราะห์ อื่นๆอาการของตัวกุ้ง คุณภาพน้ำบ่อกุ้ง
                โรคตายด่วน(อีเอ็มเอส)ได้สร้างความเสียหายแก่อุตสาหกรรมกุ้งไทยในขณะนี้มีตัวเลขถึง 100,000 ล้านบาท  ซึ่งโรคนี้นักวิชาการมีความเห็นแตกต่างกันไปคนละทิศทางเพราะมีปัจจัยหลายอย่างเป็นสาเหตุ เช่นคุณภาพน้ำ สารในน้ำรวมตัวกันไม่ได้เกิดความเข้มข้นสูงทำให้อ๊อกซิเจนต่ำจนกุ้งควบคุมขบวนการย่อยลำเลียงอาหารไม่ได้ทำให้เกิดโรคและตาย

วัตถุประสงค์
เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งสามารถสร้างคุณภาพน้ำ คุณภาพกุ้งได้ง่ายกว่าเดิมจะมีผลทำให้กุ้งปลอดจากโรคอีเอ็มเอส อื่นๆทำให้ลดต้นทุนเพิ่มผลผลิตได้อย่างแท้จริง

วิธีดำเนินงาน
ศึกษาการใช้โปรตีนอะมิโนRD ในบ่อกุ้งบ่อปลา
  1. อัตราการใช้ 30 มิลลิกรัม หรือ 1 ฝา ต่อน้ำ 20 ลิตร สาดให้ทั่วพื้นที่ 1 ไร่ ทุก 7 วันตรวจสอบคุณภาพน้ำให้มีสีเขียวโปร่งเป็นธรรมชาติ ถ้าพบว่ามีสีเขียวเข้มให้ลดอาหารจนกว่าน้ำจะกลับมาเป็นสีเขียวอ่อนธรรมชาติจนกว่าจะจับกุ้งจำหน่ายต่อไป
  2. เวลาที่เริ่มใช้ ระยะเตรียมบ่อฉีดพ่น - ระยะเตรียมน้ำก่อนปล่อยลูกกุ้งลูกปลา - บ่อบำบัด
  3. ระยะเลี้ยง - จับกุ้งจับปลา (ข้อแนะนำไม่ควรใช้เกิน 1 ฝาต่อพื้นที่ 1 ไร่ ทุก 7 วันน้ำจะเขียวเกินไป)


ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. ช่วยให้เกษตรกรเลี้ยงกุ้งง่ายมากขึ้น ผลผลิตมีคุณภาพ ขนาด สม่ำเสมอขายได้ราคาสูงกว่าเดิม
  2. ลดต้นทุนอาหาร-ยากุ้งมีความแข็งแรงไม่เป็นโรคง่ายนำอาหารแร่ธาตุไปใช้ได้มากกว่าเดิม  60%
  3. โปรตีนอะมิโน R&D   มีอะมิโน19ชนิดประจุบวกลบในโมเลกุลช่วยให้สารแขวนลอยรวมกับอนุภาคน้ำได้มากกว่า 4 เท่าตัวจะช่วยให้การแบ่งเซลล์ในตัวกุ้งไม่กลายพันธุ์ช่วยให้กุ้งควบคุมแรงดันในระบบย่อยได้เหมาะสม กับสภาพน้ำที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ตามสภาพแสงแดด อุณหภูมิ
  4. รักษาดูแลคุณภาพน้ำให้มีสีเขียวอ่อนปนสีน้ำตาลอ่อนน้ำโปร่ง ปรับระดับกรด-ด่าง แร่ธาตุ
  5. ลดก๊าซพิษก้นบ่อ ลดแบคทีเรียก่อโรค ปัองกันการเกิดไวรัส อื่นๆไม่ให้เกิดโรคระบาดง่ายเกินไป
  6. ลดความกระด้างของน้ำ ลดพิษเข้มข้นของแร่ธาตุที่ใช้ในบ่อ ทำให้กุ้งกินอาหารได้มากกว่าเดิมจะพบว่ามีไส้เดือนแดงและอาหารตามธรรมชาติที่กุ้งต้องการเกิดขึ้นมาเป็นจำนวนมากจากสภาพที่เหมาะสมกุ้งจะแข็งแรงเมื่อได้รับอาหารธรรมชาติ
  7. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบย่อย ลดต้นทุนอาหารเม็ดได้มาก และยังมีความสามารถในการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อสูงขึ้น60%
     
ประวัติงานวิจัยทดลองโปรตีนอะมิโนRD ของกร สุขเกษม (KU)
            ผู้คิดค้นชื่อ นายกร สุขเกษม จบการศึกษาปริญญาโท-เอก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตบางเขน คณะเกษตร สาขาเกษตรเขตร้อน เอกปฐพีวิทยา ได้คิดค้นวิจัยการใช้โปรตีนจากนมผึ้งสกัดให้ได้อะมิโน  19  ชนิด สารสำคัญอีกมากมายที่อยู่ในรูปสภาพมีความสามารถแลกเปลี่ยนประจุลบบวกสูงขึ้นทำให้สารละลายได้มากกว่าในดินและน้ำอันเป็นประโยชน์แก่สิ่งมีชีวิตทั้งพืช,สัตว์ที่เกื้อกูลกันเป็นห่วงโซ่อาหาร รักษาสภาพสิ่งแวดล้อม
          ผู้คิดค้นจึงได้ทดลองในบ่อกุ้งบ่อปลามาตั้งแต่  ปี2548 -  ปัจจุบัน   พื้นที่บ่อกุ้งบ่อปลาที่นำไปทดลองมีหลายจังหวัด  เช่น        สามร้อยยอด   บ้านแพ้ว บ้านสร้าง ดอนข่อย บางเลน อื่นๆ
         บ่อตัวอย่างที่  ดอนข่อย บางเลนเลี้ยงกุ้งขา  2  รอบๆละ  70  วัน ในพื้นที่  1  ไร่จับกุ้งขายได้กำไรมากกว่าบ่อข้างเคียงเท่าตัว(100%)  ในบ่อ  1  ไร่ขายกุ้งได้   120,000   บาทมีกำไร  70,000  บาท ทำให้เกษตรกรมีการยอมรับในประสิทธิภาพของงานวิจัยอย่างมากขณะนี้เริ่มมีการใช้กันอย่างจริงจังจากการบอกต่อทำให้ผู้วิจัยมีความจำเป็นต้องทำเอกสารนี้ขึ้นมาเพื่อแนะนำเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งเลี้ยงปลา สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และสัตว์น้ำอื่น ๆ  ต่อไปเพื่อประโยชน์แก่ตัวเกษตรกร ผู้บริโภคทั่วโลกโดยเฉพาะโรคตายด่วนที่เป็นปัญหากระทบต่ออุตสาหกรรมการส่งออกกุ้งไทยให้กลับมาส่งออกเป็นอันดับหนึ่งของโลกโดยเร็ว

ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าข้อมูลที่เผยแพร่เป็นความจริงทุกประการขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของตัวท่านเองที่จะนำงานวิจัยที่ข้าพเจ้าคิดค้นนำไปใช้ประโยชน์ตามสมควรในบ่อกุ้งบ่อปลาของท่าน

www.gonsukkasem.com

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บทบาทของโปรตีน อะมิโน R&D 2551

บทบาทของโปรตีน อะมิโน R&D 2551 ในการลดต้นทุน/เพิ่มผลผลิต             ต้องยอมรับความจริงว่าประเทศไทยมีการใช้ “หัวเชื้อจุลินทรีย์”ในการเกษตรมากขึ้น  เพราะเชื่อว่ามันเป็นกลไกสำคัญในการปรับปรุงบำรุงดินดีขึ้นลดการใช้ปุ๋ยเคมี             แต่หัวเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดยังไม่ได้รับการตรวจสอบและรับรองคุณภาพหรือได้ใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายจากกรมวิชาการเกษตร             ด้วยเหตุนี้ อาจารย์กร  สุขเกษม  วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน ได้คิดค้นและวิจัยโดยสกัดหน่วยเล็กสุดของโปรตีนจากผลิตภัณฑ์ผึ้งในรูปแบบของ “พอลิเปปไทด์พับซ้อนอัดแน่น”ซึ่งมีโมแลกุลที่มีพลังประจุไฟฟ้าหลายกลุ่มมีความสำคัญที่สุดต่อเซลล์สิ่งมีชีวิตและมีคุณสมบัติการทำละลายทางกายภาพ     และ ฟิสิกส์ของแร่ธาตุในดินและน้ำ             เป็นเวลากว่า 4 ปีในการวิจัยและทดสอบหัวเชื้อจุลินทรีย์โปรตีนอะมิโนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอย่าง ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา เป็นต้น นายพิเชษฐ  ไชยพาณิชย์ ผ.อ ยืนยันว่าให้ผลผลิตยางมากที่สุดนอกจากนี้สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ม.เกษตรฯบางเขนได้ทดสอบแล้วพบว่ามีโปรตีน 13.33% ของน้ำหนักและจุลินทรีย์อะมิโนโปรตีน…

วิธีแก้ราสนิมของแก้วมังกรด้วย PARD2551 ได้ผลจากการใช้จริงในพื้นที่ทุกภาคมา 2-3 ปี

โรคเชื้อราสนิม ที่เกิดกับแก้วมังกร
           มีลักษณะคล้ายกับ โรคในมะนาว เป็นโรคที่แก้ไม่หายด้วยสารเคมี จากการพยายามมานานของเกษตรกรและมีราคาแพง จึงทำให้เป็นปัญหาต่อการผลิตแก้วมังกรในประเทศ ซึ่งมีความต้องการของตลาดสุขภาพสูงและขายได้ราคาดีเป็นโอกาสที่เกษตรจะสร้างรายได้ในครัวเรือนได้เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง           โรคนี้เรียกว่า โรคลำต้นจุดสีน้ำตาล เชื้อสาเหตุโรคเกิดจากเชื้อรา Dothiorella sp.พบว่าระบาดหลายระดับทั่วทุกภาคของประเทศประเทศ
อาการของโรค
          ลักษณะอาการจะพบในบริเวณกิ่งอ่อนและผลอ่อนเป็นจุดสีเหลือง จากนั้นจะเกิดเป็นตุ่มจุดนูนเล็กสีน้ำตาลคล้ายสนิม และคล้ายแผลขนาดใหญ่คล้ายรอยปื้นไหม้ ถ้าเกิดที่ผลทำให้ผลเสียหายเป็นตำหนิ ทำให้ราคาและคุณภาพต่ำ
แนวทางการแก้ไข
          ลดการใช้ปุ๋ยเคมี คอก มากเกินไป ทำให้ต้นอ่อนแอต่อโรค โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรีย และปุ๋ยคอก หมักที่ไม่สมบูรณ์ใส่ให้น้อยที่สุดเท่าที่ต้นไม่ขาดธาตุอาหารก็เพียงพอ
          ใช้สารสูตรโปรตีนพิเศษเฉพาะ PARD ฉีดพ่นต้นทุก 7-15 วัน และให้ฉีดลงดินด้วยเปลี่ยนรูปแหล่งหลบซ่อนของเชื้อที่อาศัยในดิน ถ้ายังไม่หายมากเป็นที่น่าพอใจก็เพิ่มเวลา…

สวนทุเรียนน้องใหม่อายุ1ปี4เดือนที่สุราษฎร์เกิดใบเหลืองร่วง

ผลไม้ที่คนต่างประเทศแย่งคนไทยบริโภคยุคนี้จะเป็นอย่างอื่นไม่ได้นั่นคือผลทุเรียน โดยเฉพาะชาวจีนเข้ามาทำเป็นธุรกิจถึงถิ่น
ปลูกกันเลย ยังมีชาวฮ่องกง ญี่ปุ่น ยุโรป ฯรู้จักรับประทานเพราะชื่นชอบรสชาติกันอย่างดี ด้วยเหตุนี้เกษตรกรผู้ปลูกสวนยางพารา
ที่ราคาตกต่ำหันมาปลูกทุเรียนกันมากขึ้นทุกวัน แต่การสร้างสวนใหม่นั้นก็พบปัญหานานาประการ การทำเกษตรนั้นส่วนมากในบ้าน
เราส่วนใหญ่เกษตรกรทำกันไปโดยประมาณไม่แน่นอน บอกต่อกันแนะนำไปตามเขาว่ามาจึงพบปัญหาใหม่ๆเข้ามาให้แก้ไขกันอยู่
เสมอก็เป็นอย่างนี้แหละ แต่บางคนที่จริงจังในการทำนั้นไม่ยอมอยู่นิ่งเฉยหาวิธีการใหม่ๆมาทดลองแต่ก็ไม่พ้นปัญหาอยู่ดี มีคนบอก
ใช้สารเคมีดินเสียจึงไปเอาขี้วัวมาใส่ต้นละกระสอบ ผลการใช้ทำให้ใบร่วงเหลืองทั้งสวนนี่แหละครับ บันทึกผู้สอบถามแต่ละวันเก็บ
ปัญหาที่แตกต่างกันออกไปไว้แต่ช่วยแนะนำไปแล้วให้ใส่ทีละเล็กละน้อยก็ดีขึ้น