ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เกษตรอินทรีย์ และGAP ปี 2560 ต้องรู้

ท้าพิสูจน์
โปรตีนอะมิโน PARD
ลดต้นทุน/เพิ่มคุณผลผลิตเกษตรอินทรีย์, GAP
          จากความมุ่งมั่นพัฒนางานวิจัยผลิตภัณฑ์ผึ้งไบโอเทคโนโลโลยีขั้นสูงเพื่อใช้กับพืชทางภาคการเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง ใช้ระยะเวลากว่า 30 ปี ศึกษาทดลองมานาน จนกระทั่งปี 2551 ประสบผลสำเร็จด้านการวิจัยผลิตสารสกัดโปรตีนคุณภาพสูง ภายใต้ชื่อ “โปรตีนอะมิโน R&D 2551 หรือเรียกสั้นๆว่า “PARD”  เป็นผลิตภัณฑ์วิจัยที่สามารถตอบโจทย์เป็นตัวช่วยเกษตรกรในด้านการเพิ่มคุณผลผลิตและลดต้นทุนได้ชัดเจน  อีกทั้งให้สอดคล้องกับการเปิดรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ “AEC” ซึ่งภาคการเกษตรต้องแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านแถบอาเซียนในด้าน การเพิ่มปริมาณผลผลิต/ไร่ เน้นคุณภาพของผลผลิตและลดการใช้สารเคมีในภาคเกษตร เป็นต้น
          “เป้าหมายของผมอยากให้เกษตรกรประหยัดปุ๋ย ได้ผลผลิตแน่นอน เพราะในกระบวนการผลิตดั้งเดิมจะได้ผลผลิตแค่บางช่วงเท่านั้น เราจึงขจัดปัญหาความไม่แน่นอนของผลผลิต เมื่อใช้โปรตีนอะมิโนฯจะทำให้ปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นและสม่ำเสมอ และเสริมสร้างคุณภาพ ปลอดภัย” นี่คือคำยืนยันของ อาจารย์กร  สุขเกษม วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ที่ได้ตระหนักในเรื่องปัจจัยการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรมานานตั้งแต่อายุได้ 16 ปี เนื่องจากพ่อแม่มีอาชีพชาวนาและชาวไร่ จึงทำให้สนใจเรื่องการเกษตรเป็นพิเศษตั้งแต่วัยเยาว์ ทั้งนี้ได้คิดค้นนำสารธรรมชาติมาทดลองเกี่ยวกับสูตรแบคทีเรียย่อยสลายมาแล้วเป็นจำนวนมากตามหลักวิชาการเกษตร จนกระทั่งปี 2551 ได้ประสบความสำเร็จเป็นทีน่าพอใจและได้ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์การเกษตร ปี 2553 .ใช้ประโยชน์ในด้านการตอบสนองปุ๋ยของพืชรวดเร็วภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วันจะสามารถสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ด้วยตาเปล่า เช่น พืชใบมีสีเขียวและสมบูรณ์แข็งแรงไม่แสดงการขาดธาตุอาหาร อาการโรคราสนิมแก้วมังกร ในพืชอื่นจะดีขึ้นมาได้ดีกว่ายาในท้องตลาด เป็นต้น  นับว่าเป็นทางออกในการแก้ไขปัญหาได้เป็นอย่างดี จากสารสกัดหน่วยเล็กสุดของโปรตีนจากผลิตภัณฑ์ผึ้งที่อยู่ในรูปของพอลิเพปไทด์พับซ้อนอัดแน่น อุดมไปด้วยโมเลกุลที่มีพลังงานด้านประจุไฟฟ้าหลากหลายกลุ่มทั้งประจุบวก ประจุลบและให้พลังงานที่มีความสำคัญต่อเซลล์ของสิ่งมีชีวิต เป็นโปรตีนอะมิโนพิเศษที่สามารถละลายแร่ธาตุในดิน, น้ำ และปุ๋ยทุกชนิดได้ดี
          จากการทดลองในแปลงของเกษตรกรร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เช่น ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา  นาข้าวของชาวนาจำนวน 320 คน ในอำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ไร่อ้อยในจังหวัดอุตรดิตถ์ ฯลฯ ซึ่งสมารถเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้น อาทิ
          ข้าวนาปรัง แถบลุ่มน้ำเจ้าพระยา เช่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  สิงห์บุรี  ลพบุรี  อ่างทอง และสุพรรณบุรี ข้าวนาปีที่อุบลราชธานี เป็นต้น  โดยได้ทดลองตั้งแต่นำโปรตีนอะมิโนฯไปย่อยสลายตอซัง ฟางข้าว แช่เมล็ดพันธุ์จะทำให้เมล็ดข้าวงอกเร็วขึ้นกว่าระยะเวลาปกติไม่มีกลิ่นเหม็น และนำไปฉีดพ่นทุกๆ15-20 วัน หรือช่วงระยะแตกกอ และระยะข้าวตั้งท้อง ในส่วนผสมอัตรา 20-30 ซีซี/น้ำ20 ลิตร จะทำให้ต้นข้าวแตกกอดี ลำต้นแข็งแรง ไม่หักล้มง่าย ใบตั้ง แมลงเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล อื่นๆไม่รบกวน เมล็ดข้าวเต่ง เมล็ดลีบน้อย กว่า 60 % น้ำหนักดี เพิ่มขึ้นระหว่างร้อยละ 20 -60 มีความชื้นในเมล็ดข้าวน้อย จาก 32 เท่ากับ 21-24  สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ก่อนกำหนด 10-20 วัน ซึ่งเทียบจากแปลงทดลองที่ไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์จากผลผลิต 60 ถัง/ไร่ กับแปลงที่ใช้โปรตีนอะมิโนฯ ผลผลิตเพิ่มขึ้นเท่ากับ 100-130 ถัง/ไร่ ทุกพื้นที่ศึกษา
          พืชไร่ อาทิ อ้อย ที่ปลูกบนพื้นที่แห้งแล้งอาศัยปริมาณน้ำฝนเป็นตัวช่วยที่หมู่บ้านชำบอน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์  และพื้นที่อำเภอสระโบสถ์ ลพบุรี จากเดิมได้ผลผลิต 6 ตัน/ไร่  ไว้ตอได้เพียง 2 รุ่น ก็ต้องไถตอทิ้งปลูกใหม่ เพราะระบบการแตกหน่อไม่ดี ต้นอ้อยโทรมทำให้ต้องเพิ่มปริมาณการใส่ปุ๋ยมากขึ้น แต่เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์โปรตีนอะมิโนฯทำให้ระบบรากและหน่อของอ้อยมีความแข็งแรงและยังช่วยให้ดินสมบูรณ์ สามารถไว้ตออ้อยได้ถึง 4 รุ่น ผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 11 -19 ตัน/ไร่ เช่นเดียวกับพืชเศรษฐกิจอย่าง ยางพารา  ซึ่งทางทีมงานได้ร่วมกับศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา เริ่มตั้งแต่นำไปแช่เพาะเมล็ด แล้วฉีดพ่นกับต้นกล้าเล็กจะทำให้ยางยอดอวบ ใบใหญ่ เขียวสมบูรณ์ และเจริญเติบโตต่อเนื่อง หรือแม้กระทั่งใช้กับสวนยางที่เปิดกรีดแล้วด้วยการฉีดพ่น อัตรา 20-30 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร บริเวณรอบๆโคนต้นหรือใช้ทาแผลกรีดจะช่วยฟื้นฟูให้เปลือกยางนิ่มกรีดง่ายปริมาณน้ำยางเพิ่มขึ้น 60 % หลังใช้ไปประมาณ 21 วันขึ้นไป และค่า DRC ก็เพิ่มขึ้นจาก 30 เป็น 40 ขึ้นไป  ถ้านำไปฉีดพ่นต้นยางตายนึ่งจะช่วยฟื้นฟูรักษาให้หน้ายางให้กลับมาสมบูรณ์พร้อมกรีดภายใน 1-3 เดือน และทำให้ท่อน้ำยางไม่อุดตัน น้ำยางจึงไหลดีขึ้น
          พืชผักผลไม้ จะช่วยเพิ่มความสมบูรณ์แข็งแรงให้แก่ต้นพืช สามารถติดดอก ออกผล ดก ผิวสวย รสชาติดี ช่วยปรับสภาพน้ำ วัสดุปลูก ปุ๋ยทุกชนิด และปรับค่ากรด-ด่าง ได้เป็นอย่างดี (ถูกทางกว่าเดิม)
          จะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์โปรตีนอะมิโน PARD เพียงขวดเดียวสามารถใช้ได้กับพืชทุกชนิด ไม่ว่าจะใช้ด้วยวิธีการฉีดพ่น รด ราด ทาแผล แช่ท่อนพันธุ์ หรือ แช่เมล็ดพันธุ์  ซึ่งมีความต่างจากผลิตภัณฑ์อื่นที่แยกแยะสรรพคุณการใช้เฉพาะพืชเท่านั้น
          ขณะเดียวกันอาจารย์กรยังแนะนำว่าความจำเป็นของพืชว่าพืชไม่ต้องการดูดสารเคมีมากนักต้องการเพียง 500 มิลิกรัมต่อน้ำหนักพืช 1 กิโลกรัม เท่านั้นหรือธาตุอาหารมีไม่น้อยกว่า 16 ธาตุ  แต่สิ่งที่พืชต้องการมากที่สุดเพื่อจะนำไปปรุงอาหารดำรงชีวิตคือ ต้องการอากาศเป็นแหล่งคาร์บอน ไฮโดรเจน และออกซิเจน ซึ่งพืชส่วนใหญ่มีองค์ประกอบอยู่มากถึง 95 – 99 % ของน้ำหนักสด ถึงพืชต้องการมากก็ไม่ขาดแคลน เพราะพืชได้รับจากน้ำและอากาศ ธาตุที่เหลืออีก 13 ธาตุ พืชได้รับจากดิน และมักพบว่าได้รับไม่เพียงพอ เนื่องจากมีน้อย หรือมีอยู่มากแต่พืชกินไม่ได้ หรือบางตัวมีมากพืชกินเข้าไปเป็นพิษดังนั้นทางเลือกที่แก้ไขโดยใช้ PARD
          ดังนั้นเกษตรกรที่นิยมใส่ปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยอินทรีย์ปริมาณมาก 50 กิโลกรัม/ไร่ ควรจะทราบไว้ว่าปุ๋ยที่ใส่ให้พืชกินนั้นส่วนใหญ่ระเหยไปยังชั้นบรรยากาศและแร่ธาตุบางชนิดยังตกค้างอยู่ในดินอีก มากกว่า 80 %ส่งผลให้ดินเป็นกรด-ด่าง รุนแรง ปัญหาดินเสื่อมสภาพ และธาตุจำพวก แคลเซียมไนเตรท หรือซัลเฟต ตกค้างหากใส่ไนโตรเจนมากเกินไปจะทำให้ใบเขียว ใบเยอะ ให้ผลผลิน้อยลง หรือถ้าใส่ธาตุอาหารจำพวกแคลซียมมากไปจะส่งผลให้ดอกร่วง ผลแตก ผิวไม่สวย  แนวทางแก้ไขใช้โปรตีนอะมิโน PARD  ใช้ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยเคมี ได้ดีที่สุดเพิ่มผลผลิตสูงถึง 60 % เมื่อเทียบกับแปลงที่ใม่ใส่ปุ๋ย
          ด้วยเหตุนี้ผลิตภัณฑ์โปรตีนอะมิโนฯ จึงได้รับหนังสือแจ้งการผลิตจาก นายธีระ  รัตนพันธุ์  ผ.อ.สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตรเมื่อวันที่ 5 เม.ย. 55 ว่าผลิตภัณฑ์ไม่จัดอยู่ในข่ายวัตถุอันตราย หรือ พ.ร.บ. ปุ๋ยแต่อย่างใด
          “โปรตีนอะมิโนฯเป็นผลิตภัณฑ์สารอินทรีย์ออกานิค ผลิตภัณฑ์ผึ้ง และไบโอเทคโนโลยีธรรมชาติจึงไม่ตกค้างในพืชและดิน ปลอดภัยต่อผู้ใชตลอดจนผู้บริโภค” อาจาย์กรกล่าวถึงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์พร้อมกับเผยคุณประโยชน์เมื่อนำไปใช้กับภาคการเกษตรว่า  
          ปกติพืชใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ น้ำและแสงแดดช่วยสังเคราะห์แสง  ในโปรตีอะมิโนมีพลังประจุไฟฟ้าหลายกลุ่มพร้อมทำการละลายน้ำ และธาตุอาหารพืช เพิ่มประสิทธิภาพการเปลี่ยนรูปสสารโดยเฉพาะคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ โดยให้ละอองน้ำสามารถรวมกับธาตุอาหารให้อยู่ในสภาพสมดุลหรือเล็กมากที่สุด  ทำให้ดูดซับความร้อนไม่ให้เกิดอันตรายต่อเซลล์พืชและช่วยเพิ่มคลอโรฟิลล์ในพืชให้มีมากขึ้น ทำให้ใบสามารถปรุงอาหารได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลทำให้พืชสามารถเจริญเติบโต ติดดอก  ออกผล  ผิวสวยสม่ำเสมอ ไม่หลุดร่วงง่าย
, ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการขยายพันธุ์พืช อาทิ การแช่เมล็ดพันธุ์ ท่อนพันธุ์ หัว เหง้า ไหล ฯลฯ อัตราการงอกเพิ่มขึ้นเป็น 85-95 % ราก และต้นใหญ่แข็งแรงโตเร็วสม่ำเสมอไม่ติดโรคง่าย, ลดการตกค้างของสารพิษในดินและพืช เนื่องจากโปรตีนอะมิโนฯมีความสามารถในการทำละลายธาตุอาหารจากดินและน้ำได้จริง ส่งผลให้รากพืชได้รับสารอาหารครบด้วน ดินจึงมีความสมบูรณ์มากขึ้น ปรับปรุงสมดุลความเป็นกรด-ด่าง พืชมีความเข็งแรง ใบเขียวหนาใหญ่ไม่ขาดไนโตรเจนมีโครงสร้างและเส้นใย ผลิตสาร ฮอร์โมน เอนไซม์ ฯขึ้นมาป้องกันตัวเองไม่ให้แมลงกัดกินได้ง่าย หรือแมลงวางไข่ไม่ได้ทำให้เชื้อโรคและเชื้อราลดลง “ผลิตภัณฑ์อื่นไม่สามารถละลายธาตุได้100% ไม่ว่าจะเป็นน้ำหมักหรือฮอร์โมนเพราะไม่ใช่พลังงานแต่โปรตีนอะมิโนเป็นพลังงานโมเลกุลโปรตีนโดยตรงจึงสามารถละลายธาตุอาหารให้เกิดออกซิเจน  พอธาตุแตกตัวได้เยอะออกซิเจนมีมากในดินก็ทำให้รากพืชหายใจได้เยอะและมีรูพรุนช่องว่างระหว่างดินมากขึ้น ทำให้พืชทนแล้ง แข็งแรง สังเกตจากรากของพืช ถ้าดินเป็นพิษใส่ปุ๋ยมากเกินไป รากจะมีสีดำปนเยอะ แต่พืชที่มีการใช้ PARD รากพืชจะสมบูรณ์หนาแน่นขาวยาว” อาจารย์กรกล่าว ทั้งนี้โปรตีนอะมิโนฯยังช่วยเสริมฤทธิ์หรือเพิ่มประสิทธิภาพสารเคมี ยาฆ่าหญ้าและยาฆ่าแมลง เช่น ผสมโปรตีนอะมิโนฯอัตรา 5-30 ซีซี /น้ำ 20 ลิตร ร่วมกับยาคุมฆ่าหญ้าจะช่วยให้หญ้าหรือวัชพืชตายเกือบ 100%และไม่ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของพืช
          เพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบในบทบาทของโปรตีนอะมิโนฯมากขึ้น ดังนั้นจึงได้ยกตัวอย่างเกษตรกรหัวก้าวหน้าที่ได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์แล้วเห็นผลและให้การตอบรับเป็นอย่างดี คือ ไร่ฐิตวันต์ ไฮโดรโปนิกส์ เกาะแก้วฟาร์ม แตงโมคุณภาพ รับรอง GAP สวนยางพาราสุขเกษม เกษตรกรรายย่อยอีกมาก ที่ได้นำผลิตภัณฑ์ไปใช้ให้ผลผลิตดกและมีขนาดไซส์ใหญ่จำนวนมากทำให้ขายได้ราคาสูง แม้ว่าจะใช้ผลิตภัณฑ์ติดต่อกันมานานเป็นปีบางสวนหลายปีแต่ก็ยังให้ผลผลิตดีสม่ำเสมอทุกปีรับรองผลการใช้มีประโยชน์แท้จริงต่อเกษตรกร
          ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกษตรกรติดตามอีกหลายสวนว่าใช้อะไรจึงได้ผลผลิตดกและผลใหญ่  นี่คือข้อยืนยันจากฟาร์มเกษตรกรผู้ใช้จริงขอบอกต่อให้ทั่วกัน คาดว่าผลิตภัณฑ์น่าจะกระจายทั่วประเทศต่อไป
ต้องการดูรายละเอียดทางเว็บไซต์คลิกเข้าชมได้ที่ ช่อง Sukkasem Gon - YouTube
www.gonsukkasem.com                Facebook: Gon Sukkasem
Line ID: 0853265564                       E-mail: gon.sukkasem@gmail.com

บริษัท อิมมูนซินเนอยี จำกัด  63/465 ซอยคลองเก้า 7 แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บทบาทของโปรตีน อะมิโน R&D 2551

บทบาทของโปรตีน อะมิโน R&D 2551 ในการลดต้นทุน/เพิ่มผลผลิต             ต้องยอมรับความจริงว่าประเทศไทยมีการใช้ “หัวเชื้อจุลินทรีย์”ในการเกษตรมากขึ้น  เพราะเชื่อว่ามันเป็นกลไกสำคัญในการปรับปรุงบำรุงดินดีขึ้นลดการใช้ปุ๋ยเคมี             แต่หัวเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดยังไม่ได้รับการตรวจสอบและรับรองคุณภาพหรือได้ใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายจากกรมวิชาการเกษตร             ด้วยเหตุนี้ อาจารย์กร  สุขเกษม  วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน ได้คิดค้นและวิจัยโดยสกัดหน่วยเล็กสุดของโปรตีนจากผลิตภัณฑ์ผึ้งในรูปแบบของ “พอลิเปปไทด์พับซ้อนอัดแน่น”ซึ่งมีโมแลกุลที่มีพลังประจุไฟฟ้าหลายกลุ่มมีความสำคัญที่สุดต่อเซลล์สิ่งมีชีวิตและมีคุณสมบัติการทำละลายทางกายภาพ     และ ฟิสิกส์ของแร่ธาตุในดินและน้ำ             เป็นเวลากว่า 4 ปีในการวิจัยและทดสอบหัวเชื้อจุลินทรีย์โปรตีนอะมิโนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอย่าง ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา เป็นต้น นายพิเชษฐ  ไชยพาณิชย์ ผ.อ ยืนยันว่าให้ผลผลิตยางมากที่สุดนอกจากนี้สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ม.เกษตรฯบางเขนได้ทดสอบแล้วพบว่ามีโปรตีน 13.33% ของน้ำหนักและจุลินทรีย์อะมิโนโปรตีน…

วิธีแก้ราสนิมของแก้วมังกรด้วย PARD2551 ได้ผลจากการใช้จริงในพื้นที่ทุกภาคมา 2-3 ปี

โรคเชื้อราสนิม ที่เกิดกับแก้วมังกร
           มีลักษณะคล้ายกับ โรคในมะนาว เป็นโรคที่แก้ไม่หายด้วยสารเคมี จากการพยายามมานานของเกษตรกรและมีราคาแพง จึงทำให้เป็นปัญหาต่อการผลิตแก้วมังกรในประเทศ ซึ่งมีความต้องการของตลาดสุขภาพสูงและขายได้ราคาดีเป็นโอกาสที่เกษตรจะสร้างรายได้ในครัวเรือนได้เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง           โรคนี้เรียกว่า โรคลำต้นจุดสีน้ำตาล เชื้อสาเหตุโรคเกิดจากเชื้อรา Dothiorella sp.พบว่าระบาดหลายระดับทั่วทุกภาคของประเทศประเทศ
อาการของโรค
          ลักษณะอาการจะพบในบริเวณกิ่งอ่อนและผลอ่อนเป็นจุดสีเหลือง จากนั้นจะเกิดเป็นตุ่มจุดนูนเล็กสีน้ำตาลคล้ายสนิม และคล้ายแผลขนาดใหญ่คล้ายรอยปื้นไหม้ ถ้าเกิดที่ผลทำให้ผลเสียหายเป็นตำหนิ ทำให้ราคาและคุณภาพต่ำ
แนวทางการแก้ไข
          ลดการใช้ปุ๋ยเคมี คอก มากเกินไป ทำให้ต้นอ่อนแอต่อโรค โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรีย และปุ๋ยคอก หมักที่ไม่สมบูรณ์ใส่ให้น้อยที่สุดเท่าที่ต้นไม่ขาดธาตุอาหารก็เพียงพอ
          ใช้สารสูตรโปรตีนพิเศษเฉพาะ PARD ฉีดพ่นต้นทุก 7-15 วัน และให้ฉีดลงดินด้วยเปลี่ยนรูปแหล่งหลบซ่อนของเชื้อที่อาศัยในดิน ถ้ายังไม่หายมากเป็นที่น่าพอใจก็เพิ่มเวลา…

สวนทุเรียนน้องใหม่อายุ1ปี4เดือนที่สุราษฎร์เกิดใบเหลืองร่วง

ผลไม้ที่คนต่างประเทศแย่งคนไทยบริโภคยุคนี้จะเป็นอย่างอื่นไม่ได้นั่นคือผลทุเรียน โดยเฉพาะชาวจีนเข้ามาทำเป็นธุรกิจถึงถิ่น
ปลูกกันเลย ยังมีชาวฮ่องกง ญี่ปุ่น ยุโรป ฯรู้จักรับประทานเพราะชื่นชอบรสชาติกันอย่างดี ด้วยเหตุนี้เกษตรกรผู้ปลูกสวนยางพารา
ที่ราคาตกต่ำหันมาปลูกทุเรียนกันมากขึ้นทุกวัน แต่การสร้างสวนใหม่นั้นก็พบปัญหานานาประการ การทำเกษตรนั้นส่วนมากในบ้าน
เราส่วนใหญ่เกษตรกรทำกันไปโดยประมาณไม่แน่นอน บอกต่อกันแนะนำไปตามเขาว่ามาจึงพบปัญหาใหม่ๆเข้ามาให้แก้ไขกันอยู่
เสมอก็เป็นอย่างนี้แหละ แต่บางคนที่จริงจังในการทำนั้นไม่ยอมอยู่นิ่งเฉยหาวิธีการใหม่ๆมาทดลองแต่ก็ไม่พ้นปัญหาอยู่ดี มีคนบอก
ใช้สารเคมีดินเสียจึงไปเอาขี้วัวมาใส่ต้นละกระสอบ ผลการใช้ทำให้ใบร่วงเหลืองทั้งสวนนี่แหละครับ บันทึกผู้สอบถามแต่ละวันเก็บ
ปัญหาที่แตกต่างกันออกไปไว้แต่ช่วยแนะนำไปแล้วให้ใส่ทีละเล็กละน้อยก็ดีขึ้น