ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทบาทของโปรตีน อะมิโน R&D 2551

บทบาทของโปรตีน อะมิโน R&D 2551
ในการลดต้นทุน/เพิ่มผลผลิต
            ต้องยอมรับความจริงว่าประเทศไทยมีการใช้ หัวเชื้อจุลินทรีย์ในการเกษตรมากขึ้น  เพราะเชื่อว่ามันเป็นกลไกสำคัญในการปรับปรุงบำรุงดินดีขึ้นลดการใช้ปุ๋ยเคมี
            แต่หัวเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดยังไม่ได้รับการตรวจสอบและรับรองคุณภาพหรือได้ใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายจากกรมวิชาการเกษตร
            ด้วยเหตุนี้ อาจารย์กร  สุขเกษม  วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน ได้คิดค้นและวิจัยโดยสกัดหน่วยเล็กสุดของโปรตีนจากผลิตภัณฑ์ผึ้งในรูปแบบของ พอลิเปปไทด์พับซ้อนอัดแน่นซึ่งมีโมแลกุลที่มีพลังประจุไฟฟ้าหลายกลุ่มมีความสำคัญที่สุดต่อเซลล์สิ่งมีชีวิตและมีคุณสมบัติการทำละลายทางกายภาพ     และ ฟิสิกส์ของแร่ธาตุในดินและน้ำ
            เป็นเวลากว่า 4 ปีในการวิจัยและทดสอบหัวเชื้อจุลินทรีย์โปรตีนอะมิโนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอย่าง ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา เป็นต้น นายพิเชษฐ  ไชยพาณิชย์ ผ.อ ยืนยันว่าให้ผลผลิตยางมากที่สุดนอกจากนี้สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ม.เกษตรฯบางเขนได้ทดสอบแล้วพบว่ามีโปรตีน 13.33% ของน้ำหนักและจุลินทรีย์อะมิโนโปรตีนR&Dของอาจารย์กรได้รับการยืนยันเมื่อ5 เมษายน2555 จาก นายธีระ  รัตนพันธุ์ ผ.อสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตรว่าไม่อยู่ในข่ายควบคุมตามพ.ร.บ.วัตถุอันตราย 2535 และพ.ร.บ.ปุ๋ย2518  นอกจากนี้อาจารย์กรยังได้ทำวิจัยเชิงสำรวจกลุ่มตัวอย่างชาวนา 320 รายในอำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดอยุธยา โดยให้ใช้สารเสริมการเจริญเติบโตอะมิโนในปี51-52  ผลปรากฏว่าชาวนาปีมีความพึงพอใจเป็นอย่างมากเพราะกอข้าวหรือต้นข้าวใหญ่ ใบข้าวใหญ่และเขียวธรรมชาติตั้งตรงความสูงของต้นข้าวดีขึ้นมีความสมบูรณ์แข็งต้านทานศัตรูและโรคได้ดีมีการหักล้มน้อย  จำนวนรากมีมากและยาวขึ้น น้ำหนักของตอซังแห้งมากขึ้น  น้ำเสียในนาข้าวน้อยลง  ที่สำคัญผลผลิตข้าวมากขึ้น ซึ่งผลวิจัยครั้งนี้ถูกนำมาตีพิมพ์ในวารสาร วิทยาศาสตร์การเกษตร ปีที่42 ฉบับที่3 กย.-ธค.54 ซึ่งเป็นวารสารของสมาคมวิทยาศาสตร์การเกษตรแห่งประเทศไทย
            โปรตีนอะมิโน R&D2551
มีผลต่อภาคการเกษตร  6 มิติ ด้วยกัน 1. ทำให้พืชเจริญเติบโตได้ดีทั้งนี้เพราะพืชใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ น้ำและแสงแดดในการสังเคราะห์แสง โปรตีนอะมิโนฯมีพลังประจุไฟฟ้าหลายกลุ่มที่ทำละลายเปลี่ยนรูปคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำทำให้ละอองน้ำรวมกับธาตุอาหารอยู่ในสภาพพอเหมาะหรือสมดุลและเล็กมากที่สุด สามารถดูดซับความร้อนไม่ให้เกิดอันตรายต่อเซลล์พืชและทำให้คาร์บอนไดออกไซด์น้ำและแสงแดดมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้ คลอโรฟิลล์มีมากขึ้นจนใบมีความสามารถในการปรุงอาหารได้มากขึ้นจนเพียงพอต่อการไปหล่อเลี้ยงทุกเซลล์ของพืช 2.ทำให้ประสิทธิภาพการขยายพันธุ์พืชเพิ่มขึ้น เช่น ทำให้เมล็ดงอกดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นราก ท่อนพันธุ์ หัว หรือ เหง้าเดิม อัตรางอก75% แต่หลังใช้อะมิโนโปรตีน R&D 2551 การงอกจะเพิ่มขึ้นเป็น95%  นอกจากนี้การใช้โปรตีนอะมิโน R&D2551 ร่วมกับปุ๋ยทำให้ความเป็นต่อรากลดลงรากพืชสามารถดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น 3. ทำให้ความสามารถในการละลายธาตุอาหารจากดินได้ดี โปรตีนอะมิโนทำให้น้ำเกิดการแตกตัวและแลกเปลี่ยนประจุกับพอลิเปปไทด์ เช่น ไฮดร็อกซินไอออนประจุลบจะรวมตัวกับธาตุอาหารจะเกิดการตกตะกอนทำให้พืชนำอาหารไปใช้ได้  แต่เมื่อธาตุอาหารจุลธาตุรวมกับโปรตีนอะมิโนฯจะเกิดขบวนการปลดปล่อยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของพืช   ลดตะกอนดินช่วงเวลาที่พืชดูดซึมน้ำเข้าไป รากที่อยู่ใต้ดินจะได้รับสารอาหารสูงขึ้นครบถ้วนหลากหลายชนิด 4. ทำให้ดินสมบูรณ์มากขึ้น เนื่องจากดินในไทยใช้ปลูกพืชติดต่อกันตลอดไม่ได้พักหน้าดิน จนดินเป็นกรดหรือด่างหรือการใช้ปุ๋ยเคมีมากไปทำให้ดินเข็ง ทำลายสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่เป็นและโยชน์ต่อดิน    โปรตีนอะมิโนทำให้อนุภาคน้ำแตกตัวละลายดินและสารอาหารอยู่ในภาวะที่สร้างชีวิตใหม่ขนาดเล็ก เช่น สาหร่ายสีเขียวแถบน้ำเงิน  แบคทีเรีย  ราที่มีประโยชน์และ โปรโตซัวเป็นจำนวนมากมาช่วยย่อยสลายเศษวัชพืชและอาหารในดินมาใช้ประโยชน์ในการเจริญเติบโต 5. ช่วยลดโรคและแมลงเพราะโปรตีนอะมิโนฯช่วยปรับความสมดุลของปัจจัยแวดล้อมไม่ให้เหมาะแก่การดำรงชีวิตและขยายพันธุ์ของโรคและแมลง 6. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสารเคมียาฆ่าหญ้าและยาฆ่าแมลงเมื่อนำโปรตีนอะมิโนฯอัตรา 20-40 ซีซี/น้ำ20ลิตรรวมกับยาฆ่าหญ้า ทำให้ประสิทธิภาพการคุมหญ้าได้เกือบ 100% โดยไม่กระทบต่อการเจริญเติบโตของข้าว หรือการนำไปใช้ผสมกับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชจะทำให้ละลายน้ำได้ดีมาก เนื่องจากโมเลกุลเล็กลงและประจุหลายกลุ่มของโปรตีนอะมิโนฯช่วยให้สารยึดเกาะกับส่วนต่างๆของพืชได้มากขึ้นทำให้การออกฤทธิ์สูงขึ้นสลายตัวได้เร็วขึ้นไม่ตกค้างในดินและในพืช
            สรุปก็คือสารเสริมโปรตีนอะมิโน R&D2551เป็นสารสกัดจากแหล่งโปรตีนบริสุทธิ์ เช่นน้ำผึ้ง  เกสรผึ้ง นมผึ้ง จนได้สารอะมิโนที่สะอาดบริสุทธิ์ คุณภาพดี  มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของจุลินทรีย์ธรรมชาติแบบทวีคูณ ช่วยกระบวนการย่อยสลายตอซังฟางข้าว หรืออินทรีย์วัตถุต่างๆได้รวดเร็วสามารถปรับปรุงบำรุงดินให้ร่วนซุยมีรูพรุนอากาศถ่ายเทดี ทั้งยังแก้ปัญหาดินเปรี้ยวดินสนิมและแก้ปัญหาเคมีตกค้างหน้าดิน  สารเสริมโปรตีนอะมิโนฯช่วยเปลี่ยนรูปธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อพืชให้นำไปใช้ได้ง่าย ทำให้พืชต้านทานความแห้งแล้งและความหนาวได้ดี เป็นสารชีวภาพที่ไม่เป็นอันตรายต่อเกษตรกร
            เพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจึงสัมภาษณ์อาจารย์กรโดยตัดทอนบางประเด็นที่ซ้ำซ้อนเท่านั้น
            ทำไมอาจารย์จึงทำธุรกิจเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการเกษตร?
            ผมเป็นคนจังหวัดอุตรดิตถ์ เรียนมัธยมที่โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย สนใจเกษตรตั้งแต่เรียนมัธยมเพราะพ่อแม่เป็นชาวนาและชาวไร่ ดังนั้นผมจึงเรียนการเกษตร จบการศึกษาที่คณะเกษตรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เริ่มเรียนทางด้านการเกษตรนับตั้งแต่อายุ16กระทั้งวันนี้มีการทดลองสารธรรมชาติมาตลอดเป็นสูตรต่างๆนับจำนวนมาก เป็นสูตรพลังการใช้ในการส่งเสริมการเจริญเติบโตพืช สัตว์น้ำ ดิน น้ำ เพิ่มประสิทธิภาพปุ๋ยยาหรือสารเคมีหรือปุ๋ยอินทรีย์น้ำหมักที่ยังมีจุดด้อยผลผลิตยังตกต่ำอยู่ในปัจจุบัน
            ทราบว่าอาจารย์คิดค้นและทดลองสูตรที่บ้านมาตลอด
            ใช่ผลการทดลองสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นาน อย่างอ้อยถ้าโทรมผลผลิต 2 ปี/รุ่น  แต่ของเรา 4 ปี/รุ่น ระบบหน่อจะมีความเข็งแรงเพราะตัวนี้มันทำให้ดินดีไร่อ้อยบางพื้นที่เป็นชายเขาไม่มีน้ำใส่ปุ๋ย 15-15-15และ46-0-0 ผลผลิต 6ตัน/ไร่  แต่พอใช้ได้ 8-10 ตัน/ไร่
            มีการปรับปรุงสูตรมาเรื่อยๆ
            ใช่เมื่อก่อนไม่เร็วขนาดนี้ น้ำหนักก็ไม่ค่อยดีสุดท้ายปี51ได้สูตรนี้มาตั้งชื่อว่าโปรตีนอะมิโนR&D2551 มีนักการตลาดรองผู้จัดการทั่วไปของซีพีได้แนะนำให้เรียกสั้นๆว่า GON-1เป็นโปรตีนพืชเพิ่มพลังเกษตรกร
            ผลิภัณฑ์ตัวนี้เป็นอินทรีย์?
          เป็นอินทรีย์(ออกานิค) เป็นอะมิโนจากแบคทีเรียและผลิตภัณฑ์ผึ้งไม่ตกค้างในพืชและดิน  เมื่อวันที่26................ ทางศูนย์วิจัยยางฯฉะเชิงเทราได้ออกใบรับรองผลิตภัณฑ์ว่าได้ผลดีมากเมื่อใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมี มีกราฟให้ดูผลผลิตเพิ่มขึ้น 25-50%
          ยางพันธุ์อะไรที่ใช้ทดลอง?
            RRIM600แต่ก็ขึ้นอยู่กับฤดูกาลด้วยแต่ละสายพันธุ์ของยางขึ้นอยู่กับการตอบสนองต่อผลิตภัณฑ์แปลงของเราปลูกยางเกือบ300 ไร่เป็น 251 อัตราการเจริญเติบโตดีมากกว่าแปลงทั่วไปที่ไม่ได้ใช้ประมาณเท่าตัวปลูกที่บ้าน................พิชัย  อุตรดิตถ์  อายุต้นยาง2 ปี อัตราการรอด 97% ไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติอัตราการรอดเพียง60%
            ใช้อย่างไรถึงอัตราการรอดเยอะ?
            ใช้ผลิตภัณฑ์นี้ตั้งแต่เพาะเมล็ดเลย บางส่วนก็ซื้อพันธุ์มาแล้วผสมน้ำฉีดพ่นต้นกล้าก่อนไปปลูกและนำไปผสมยาฆ่าหญ้าด้วยทุกครั้ง ถ้าเป็นพืชแซมในสวนยางให้ผสมเคมีนิดหน่อย แปลงข้าวเคียงเกิดใบร่วงตายแต่เมื่อนำผลิตภัณฑ์ของเราไปใช้ปรากฏว่าแตกใบใหม่เจริญเติบโตดี
            ภายในระยะเวลากี่วัน ??
            7 วันใบเริ่มดีขึ้น การแตกใบพัฒนาทุกๆ 7 วัน ผลิตภัณฑ์ทั่วไปแก้ไม่ได้แต่ตัวนี้แก้ได้
            แล้วโรคตายนึ่งแก้ได้มั๊ย ?
            โรคตายนึ่ง คือโรคเปลือกแห้งใช้แล้วมันจะช่วยฟื้นฟูถ้าเป็นระยะแรกๆจะหาย ถ้าเป็นมาก 3 เดือนจะฟื้นทำให้พืชดึงดูดอาหารไปซ่อมแซมส่วนที่เป็นแผลน้ำยางก็ออกได้
            อาจารย์เคยเป็นนักดนตรีมาก่อนใช้มั้ย ??
            เคยเล่นดนตรีเพื่อชีวิตมาหลายปี ผมเล่นอยู่ร้านเปลือกไม้ไทยและหลายๆที่ สมัยก่อนเล่นที่ร้านต้นสนซึ่งเป็นร้านเพื่อชีวิตแห่งแรกของประเทศอยู่วงการได้พักหนึ่งก็ต้องกลับไปช่วยพ่อทำมะม่วงเพราะเห็นเขาเหนื่อยทำไม่ไหว พ่อผมเสียเพราะสารเคมีต้องฉีดมะม่วงเกือบทุกวันจนเนื้องอกที่คอ ลูกน้องมือขวาของพ่อก็ตายเพราะมะเร็งตับ
          ก็เลยต้องมาทำตัวนี้ให้สำเร็จ
            ใช่ เป้าหมายของผมอยากให้เกษตรกรประหยัดปุ๋ยได้ผลผลิตแน่นอน อย่างกระบวนการผลิตดั้งเดิมจะได้ผลผลิตแค่บางช่วง เราจะขจัดปัญหาตรงนี้ เมื่อใช้ตัวนี้จะทำให้ผลผลิตได้ทุกปีเพราะทำให้ระบบรากดูดซึมได้ดีธาตุอาจสลายไปในพืช100% นักวิชาการจะรู้ว่าธาตุจะละลายตามธรรมชาติ20% ทำให้พวกหินดินเศษพืชหรือสารเคมีตกค้างละลายไม่หมด เราได้ทดสอบผนังของแคลเซียม แมกนีเซียม หรือสะสารต่างว่ามันละลายได้ 100% เพราะน้ำประกอบไปด้วยไฮโดรเจนกับออกซิเจน มันจะตกตะกอน  แต่โมเลกุลพืชตัวนี้จะเข้าไปรวมแล้วไม่ทำให้น้ำตกตะกอนและสามารถละลายสารทุกชนิดทั้งอินทรีย์ อนินทรีย์ ทั้งในดินและในน้ำจะละลายได้ดี พืชก็นำไปใช้ได้เยอะขึ้นแล้วจะแข็งแรงใบมีโครงสร้างมีเส้นใยผลิตสารป้องกันตัวเอง เช่น ลิกนิน หรือเอนไซม์ที่ทำให้แมลงกัดกินไม่ได้  วางไข่ไม่ได้  เชื้อราก็ลดลงแต่ไม่ได้หายหมดเกลี้ยง แต่ลดโรคได้เยอะ ผลผลิตทุกตัวเปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้น 25%ทั้งนั้น
            ปีนี้ผลผลิตเพิ่มแล้วปีต่อไปจะลดหรือเพิ่มขึ้น ??
            เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมเพราะเราได้ทดลองในแปลงไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง เช่น ข้าวโพด ข้าว ยางพารา ผลผลิตเพิ่มจากการไม่ใส่ปุ๋ยกับใส่ปุ๋ยคอกและปุ๋ยเคมี ธรรมดาทั่วไปจะอยู่ระหว่าง 18-40 %เปรียบเที่ยบกับPARDจะอยู่ที่ 30-60% เช่นนาข้าวของเกษตรกรทำนาข้าวที่ลาดบัวหลวง เคยได้ข้าว600กก./ไร่ พอใช้pardแล้วได้1,000 -1,200 กก./ไร่ เป็นข้าวอายุ4 เดือนอย่างข้าวโพดเมื่อก่อนต้องใส่ปุ๋ยอินทรีย์200กก./ไร่ เคมี 50กก./ไร่ได้ผลผลิต700กก.ไร่  แต่พอใช้ของเราไม่ต้องใช้ปุ๋ยอินทรีย์
            แสดงว่าช่วยลดการใช้ปุ๋ยได้ชัดเจน
            ใช่ ลดทั้งเคมีทั้งอินทรีย์ประมาณครึ่งนึ่งโดยเฉพาะตอซังฟางข้าวรากเยอะมาก คนทั่วไปไม่รู้ว่ามันมีน้ำหนักเท่าไหร่แต่เราพิสูจน์แล้วเกือบ 2 ตัน/ไร่  งานวิจัยเคยบอกไว้ว่าใช้ปุ๋ยอินทรีย์ 50กก./ไร่และปุ๋ยเคมี50กก./ไร่ ได้ข้าว 880 กก./ไร่  แต่ของเราไม่ต้องใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพราะอะมิโนโปรตีนไปละลายรากวัชพืชทั้งหลายให้มารวมกับน้ำได้เยอะขึ้นด้วยการฉีดพ่น
            ช่วยในกระบวนการเร่งแห้งของพืชหรือเปล่า??
            พืชสามารถดูดซึมอาหารได้เยอยะขึ้นเพราะธาตุละลาย 100% ตัวอื่นตามท้องตลาดไม่สามารถทำได้ไม่ว่าน้ำหมักหรือฮอร์โมนเพราะมันคือปุ๋ยอินทรีย์มันไม่ใช้พลังงานแต่ของเราเป็นพลังงานโมเลกุลโปรตีนโดยตรงที่มีความสามารถละลายธาตุอาหารให้เกิดออกซิเจนพอแตกตัวได้เยอะออกซิเจนมีมากในดินทำให้รากหายใจได้เยอะและรูพรุนช่องว่างระหว่างดิน อย่างดินเหนียวมาก ออกซิเจนต่ำพืชไม่มารารถหยั่งรากผ่านได้ แต่ของเราทำให้รากแผ่ขยายในดินได้มากและทนแล้ง แข็งแรง ดูดอาหารได้ครบถ้วน ถ้าสังเกตที่รากแชจะชัดเจนเพราะรากที่ดีต้องมีสีน้ำตาลและขาวปะปนกัน ถ้าเกิดจากดินเป็นพิษใส่ปุ๋ยเยอะเกินไปรากจะมีสีดำเยอะพืชที่ใช้อะมิโนโปรตีนของเรารากจะสมบูรณ์สีน้ำตาลเยอะและยาวใบก็หนาขึ้นใบใหญ่เขียวนาน ใช้เวลาเพียง 7 วันก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลง วินาทีแรกที่ฉีดก็มีผลแล้วแต่ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนทางแต่มีพืชบางชนิดเปลี่ยนเร็วช้าไม่เท่ากันส่วนใหญ่อยู่ในรูปของสารคีเลตที่มีผลต่อการเปลี่ยนสี
            หลังฉีดแล้วการเขียวของพืชอยู่ได้นานแค่ไหน??
            10 วันโดยประมาณในผักต้องฉีด3-5วัน/ครั้ง ข้าว15 วัน/ครั้งและถ้าปลูกยางก่อนปลูกควรแช่เมล็ดพันธุ์ด้วยโปรตีนอะมิโนจะทำให้เม็ดงอกดีมาก อัตราการงอกหลายเท่าตัวใช้ได้กับเมล็ดพันธุ์ทุกชนิด  ระยะเวลาการงอกจาก 2 วัน เหลือวันเดียว 97% ของพืชที่ใช้โปรตีนอะมิโน รากจะเข็งแรงมากเพราะได้สารอาหารและดูดน้ำไปใช้ได้ดี  ในการเพาะชำยางเห็นได้ชัดยอดยางจะมีสีม่วงเข้มใบใหญ่หนาโตเร็วมาก  ตอนที่ติดตาแล้วตัดต้นตอทิ้งเพื่อให้ต้นพันธุ์แตกขึ้นมาระยะการแตกตาจะเร็ว อีกวิธีหนึ่งนำไปฉีดแผลในยางที่กำลังกรีด 7 วัน/ครั้งและฉีดบริเวณโคนต้นจะทำให้รากหาอาหารได้เยอะและมันจะไปละลายเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายให้หลุดออกและเนื้อเยื่อที่อยู่ในรูปของกรดจะเน่า  สรุปว่าใช้แล้วจะทำให้แผลหายเร็วขึ้นไม่เน่าไม่ติดเชื้อ เซลล์ของต้นยางจะซ่อมแซมอย่างมีประสิทธิภาพแผลจะเรียบไม่ขรุขระสามารถกลับมากรีดที่เดิมได้  จะทำให้เจ้าของสวนวางใจ
            สินค้าตัวนี้ใช้ได้กับพืชทุกชนิด?
            ใช่ไม่ต้องแยกแยะหลายชนิดพืชให้ยุ่งยากขวดเดียวจบเพราะเราได้ค้นพบความจำเป็นของพืชเขาไม่ต้องการดูดสารเคมีเป็นหลักหรือปริมาณมาก พืชต้องการเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ที่เขาต้องการคือสารประกอบที่จะเอามาปรุงอาหารเพื่อการดำรงชีวิตจริงๆแล้วต้องการคาร์บอน ไฮโดรเจนจากอากาศและออกซิเจนกว่า 95 %
          แสดงว่าที่เราใส่ปุ๋ยทุกวันนี้มีประโยชน์นิดเดียว??
            ใช่ นอกนั้นระเหยไปยังชั้นบรรยากาศ บางตัวยังตกค้างอยู่ในดินทำให้ดินเป็นกรด เช่น พวกซัลเฟตหรือแคลเซียมไนเตรทที่ทำให้ดินเป็นด่าง ยิ่งเกษตรกรใส่ปุ๋ยแบบชี้นำให้ตัว N เยอะใบก็เยอะแต่ผลไม่มีหรือให้แคลเซียมมากดอกร่วงและผลจะแตกพืชไม่ต้องการชี้นำ ต้องเป็นไปตามธรรมชาติแต่โปรตีนอะมิโนจะเป็นตัวจัดการปฏิกิริยาให้พืชได้รับความสมดุล
            ใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีอย่างไรให้ประหยัดและยังช่วยเพิ่มผลผลิต??
            จะต้องใส่3-5กก./ไร่ จะทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นในแปลงทดลองของเราใส่ปุ๋ยเคมี 1 ครั้งได้ผล60% แต่ถ้าแบ่งใส่ 2 ครั้งผลผลิตจะเป็น75% อย่างนาข้าวใช้สูตร 20-16-0 จำนวน3 กก./ไร่ ได้ผลผลิต 120 ถัง/ไร่ ที่สุพรรณบุรี แต่ถ้าใช้อินทรีย์อย่างผลผลิตจะต่ำการปลูกข้าวบางครั้งสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย ผลผลิตอาจได้ไร่ละ100 ถัง แต่ไม่บ่อยนักมันขึ้นอยู่กับพันธุ์ข้าว สิ่งแวดล้อมและปัจจัยการผลิตอื่น แต่ใช้ของเราได้ผลิตที่ดีทุกครั้ง หากใส่ในน้ำขุ่นๆน้ำจะใสทันทีต้นข้าวจะเยอะยาวและแมลงไม่ค่อยวางไข่เพราะน้ำไม่เน่า พวกเชื้อราต่างๆก็ไม่เกิด
            อยากให้อาจารย์เล่าถึงกระบวนการผลิต
            เราใช้วัตถุดิบประเภทนมผึ้งซึ่งเป็นสารโปรตีนที่มีคุณภาพและเหตุที่ต้องใช้แบคทีเรียเข้ามาย่อยสลายสารโปรตีน ก็เพื่อต้องการผลพลอยได้จากแบคทีเรียที่เรียกว่าสูตร PARD  เป็นกระบวนการใช้เทคโนโลยีคุณภาพชั้นสูง เรามีกำลังการผลิตไร้ขีดจำกัดสามารถผลิตได้ตามออร์เดอร์เราใช้เวลาผลิต45-60 วันก็ได้สินค้า ผลิตภัณฑ์ของเราใช้แบคทีเรียในการผลิตหัวใจหลักคือแบคทีเรียนั่นเอง

ใช้โปรตีนอะมิโน R&D2551 ผลิตกล้ายางได้ผลดี
            เพื่อให้คนในวงการยางพาราเกิดความมั่นใจในผลิตภัณฑ์โปรตีนอะมิโน R&D2551  อาจารย์กรจึงให้ คุณเทิดศักดิ์  เทพมณี  นักวิชาการแห่ง ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา นำไปทดลองใช้3 วิธีได้แก่ 1. ใช้โปรตีนอะมิโนฯอย่างเดียว 2. ใช้ปุ๋ยตามคำแนะนำอย่างเดียวและ 3.ใช้โปรตีนอะมิโนฯร่วมกับปุ๋ย  ผลออกมาปรากฏว่าได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นโรคหน้ายางลดลงและไม่เกิดโรคใบร่วง  3 ปีแห่งการทดลองได้เห็น ความอวบของฉัตร ความเข้มของสีใบ  ต้นยางแข็งแรง หากฉีด 7 -10 วัน มันจะไปกระตุ้นการสร้างเซลล์เปลือกและสร้างท่อน้ำยางที่ถูกกรีดโดยไม่ถูกวิธีน้ำยางก็จะกลับมาได้
            ในฐานะที่คุณเทิดศักดิ์เป็นชาวหาดใหญ่มีสวนยาง 30 ไร่ ที่สงขลา และมีสวนยางอายุ 6 ปี 100 ไร่ ที่ฉะเชิงเทรา จึงกล้ายืนยันว่ายังๆไงๆยางพาราก็เป็นพืชที่ให้ความมั่นคงแก่เกษตรกรมากว่า พืชหลายชนิดทำให้เขาเชื่อมั่นในโปรตีนอะมิโนฯเพราะได้ทดลองใช้ด้วยตัวเองและถ้าใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีผลผลิตจะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งถ้าเป็นยางที่กำลังกรีดควรใช้ปุ๋ยสูตร 20-15-15 แต่ถ้าเป็นยางเล็กควรใช้สูตร 20-10-12 ใส่ปีละ 2 ครั้งต้นละ1 กก.
            เมื่อถามถึงแนวทางผลิตต้นกล้ายางโดยสังเขปคุณเทิดศักดิ์กล่าวว่า ทางศูนย์ฯผลิตกล้ายางพันธุ์ 408 และพันธุ์ฉะเชิงเทรา 50 ด้วยการเพาะเมล็ดแปลงติดตาในถุงซึ่งกระบวนเริ่มตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ที่สมบูรณ์นำมาใส่ในกะบะเพาะและขุยมะพร้าวอันมีร็อคฟอสเฟตดินและปุ๋ยคอกเป็นวัสดุเพาะที่สำคัญต้องรดน้ำเช้า-เย็นทุกวันจะเห็นการงอกรากเมื่อครบ 20 วันและจะเห็นอ่อนในถุง เมื่อครบ 30 วัน จากนั้นก็ใช้ฮอร์โมนและปุ๋ยช่วยเร่งการเจริญเติบโต พอต้นกล้าอาย 7 เดือนก็เริ่มติดตาซึ่งมีอัตราการรอดถึง 93% และอัตราการแตกยอดใหม่ 90 % หลังติดตาแล้ว 50 วัน สามารถจำหน่ายได้เลย เทคนิคการเพาะเมล็ดแล้วติดตาได้จำนวนต้น/ไร่ สูงกว่าการบัดดิ้งตาเขียว

โปรตีนอะมิโน R&D2551
ตลาดตอบรับอย่างดี
            เพื่อให้เห็นถึงทิศทางของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์โปรตีนอะมิโนฯอันบ่งบอกถึงการยอมรับ  จากการแก้ปัญหาราสนิม รากเน่า ผลแตก เน่า โตช้า เพิ่มคุณภาพและผลผลิตพืชและสัตว์น้ำ ฟาร์มใหญ่ และเกษตรกรทั่วไป ได้นำไปทดลองกับพืชหลายชนิดปรากฏว่าได้ผลผลิตเกินคาดและได้เห็นประโยชน์ของโปรตีนอะมิโนฯในหลายๆมิติ เช่น เมื่อนำแช่กับเมล็ดพันธุ์ข้าวจะทำให้ข้าวงอกดี หากใช้สลายตอซังจะย่อยภายใน 1 สัปดาห์  หากนำไปผสมกับยามคุมหรือยาฆ่าหญ้าฉีดในนาข้าวจะทำให้ข้าวไม่หักไม่เหลืองและหากนำไปฉีดกับต้นมะนาวจะออกผลดกมากๆ เป็นต้น

            นี่คือส่วนหนึ่งของผู้ใช้ที่ให้การยอมรับ โปรตีนอะมิโน R&D2551 ซึ่งขณะนี้มีผู้รับไปจำหน่ายหลายจังหวัด เช่น อ่างทอง อยุธยา ลพบุรี  อุดรธานี  ชุมพร และนครศรีฯ เป็นต้น  คาดว่าจะกระจายทั่วประเทศไทยด้วยผลการใช้ที่ดีชัดเจนบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์การเกษตร

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

วิธีแก้ราสนิมของแก้วมังกรด้วย PARD2551 ได้ผลจากการใช้จริงในพื้นที่ทุกภาคมา 2-3 ปี

โรคเชื้อราสนิม ที่เกิดกับแก้วมังกร
           มีลักษณะคล้ายกับ โรคในมะนาว เป็นโรคที่แก้ไม่หายด้วยสารเคมี จากการพยายามมานานของเกษตรกรและมีราคาแพง จึงทำให้เป็นปัญหาต่อการผลิตแก้วมังกรในประเทศ ซึ่งมีความต้องการของตลาดสุขภาพสูงและขายได้ราคาดีเป็นโอกาสที่เกษตรจะสร้างรายได้ในครัวเรือนได้เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง           โรคนี้เรียกว่า โรคลำต้นจุดสีน้ำตาล เชื้อสาเหตุโรคเกิดจากเชื้อรา Dothiorella sp.พบว่าระบาดหลายระดับทั่วทุกภาคของประเทศประเทศ
อาการของโรค
          ลักษณะอาการจะพบในบริเวณกิ่งอ่อนและผลอ่อนเป็นจุดสีเหลือง จากนั้นจะเกิดเป็นตุ่มจุดนูนเล็กสีน้ำตาลคล้ายสนิม และคล้ายแผลขนาดใหญ่คล้ายรอยปื้นไหม้ ถ้าเกิดที่ผลทำให้ผลเสียหายเป็นตำหนิ ทำให้ราคาและคุณภาพต่ำ
แนวทางการแก้ไข
          ลดการใช้ปุ๋ยเคมี คอก มากเกินไป ทำให้ต้นอ่อนแอต่อโรค โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรีย และปุ๋ยคอก หมักที่ไม่สมบูรณ์ใส่ให้น้อยที่สุดเท่าที่ต้นไม่ขาดธาตุอาหารก็เพียงพอ
          ใช้สารสูตรโปรตีนพิเศษเฉพาะ PARD ฉีดพ่นต้นทุก 7-15 วัน และให้ฉีดลงดินด้วยเปลี่ยนรูปแหล่งหลบซ่อนของเชื้อที่อาศัยในดิน ถ้ายังไม่หายมากเป็นที่น่าพอใจก็เพิ่มเวลา…

สวนทุเรียนน้องใหม่อายุ1ปี4เดือนที่สุราษฎร์เกิดใบเหลืองร่วง

ผลไม้ที่คนต่างประเทศแย่งคนไทยบริโภคยุคนี้จะเป็นอย่างอื่นไม่ได้นั่นคือผลทุเรียน โดยเฉพาะชาวจีนเข้ามาทำเป็นธุรกิจถึงถิ่น
ปลูกกันเลย ยังมีชาวฮ่องกง ญี่ปุ่น ยุโรป ฯรู้จักรับประทานเพราะชื่นชอบรสชาติกันอย่างดี ด้วยเหตุนี้เกษตรกรผู้ปลูกสวนยางพารา
ที่ราคาตกต่ำหันมาปลูกทุเรียนกันมากขึ้นทุกวัน แต่การสร้างสวนใหม่นั้นก็พบปัญหานานาประการ การทำเกษตรนั้นส่วนมากในบ้าน
เราส่วนใหญ่เกษตรกรทำกันไปโดยประมาณไม่แน่นอน บอกต่อกันแนะนำไปตามเขาว่ามาจึงพบปัญหาใหม่ๆเข้ามาให้แก้ไขกันอยู่
เสมอก็เป็นอย่างนี้แหละ แต่บางคนที่จริงจังในการทำนั้นไม่ยอมอยู่นิ่งเฉยหาวิธีการใหม่ๆมาทดลองแต่ก็ไม่พ้นปัญหาอยู่ดี มีคนบอก
ใช้สารเคมีดินเสียจึงไปเอาขี้วัวมาใส่ต้นละกระสอบ ผลการใช้ทำให้ใบร่วงเหลืองทั้งสวนนี่แหละครับ บันทึกผู้สอบถามแต่ละวันเก็บ
ปัญหาที่แตกต่างกันออกไปไว้แต่ช่วยแนะนำไปแล้วให้ใส่ทีละเล็กละน้อยก็ดีขึ้น