ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

โรคข้าว

โรคข้าว


1.       โรคไหม้


ลักษณะอาการ      ระยะกล้า ใบจะมีแผลจุดสีน้ำตาลคล้ายรูปตา มีสีเทาอยู่ตรงกลางแผล สามารถขยาย  และกระจายทั่วบริเวณใบ ถ้าเป็นมากข้าวจะแห้งฟุบตายระยะแตกกอ ลักษณะของแผลไหม้สีน้ำตาลจะพบได้ทั้งที่ใบ ข้อต่อของใบ และข้อต่อของลำต้น ขนาดแผลจะใหญ่กว่าที่พบในระยะกล้า ใบจะมีลักษณะแผลช้ำสีน้ำตาลดำ และมักหลุดจากกาบใบเสมอระยะออกรวง เมล็ดลีบ มีรอยแผลช้ำสีน้ำตาลที่บริเวณคอรวง ทำให้เปราะหักง่าย รวงข้าวหล่นเสียหายมาก สาเหตุเกิดจากเชื้อราพบมากในฤดูฝน ในแปลงที่ต้นข้าวหนาแน่นเกินไป เพราะทำให้อับลม อากาศถ่ายเทไม่สะดวกการป้องกันกำจัด ใช้พันธุ์ข้าวต้านทานโรค เช่น สุพรรณบุรี 1 สุพรรณบุรี 2  สุพรรณบุรี 60 สุพรรณบุรี 90 คลองหลวง 1 พิษณุโลก 1 ฯลฯ  
\     
หว่านเมล็ดพันธุ์ในอัตราที่เหมาะสม คือ 15-20 กิโลกรัม/ไร่ เพื่อให้แปลงมีการระบายอากาศได้ดีคลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อรา หรือสารปรับสภาพไม่เหมาะสมกับเชื้อรา RD 25551 ตามอัตราที่ระบุให้ใช้ ถ้าระบาดในระยะต้น ให้ฉีดพ่นยาได้ ในอัตราที่พอเหมาะ

2.       โรคใบจุดสีน้ำตาล

                ลักษณะอาการ     เป็นแผลที่ใบข้าว พบมากในระยะแตกกอ มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลกลมขอบนอกสุดของแผลเป็นสีเหลือง บางครั้งเป็นรอยเปื้อนคล้ายสนิม แผลยังสามารถเกิดบนเมล็ดข้าวได้ทำให้มีลักษณะเป็นเมล็ดด่าง สาเหตุเกิดจากเชื้อรา
                การป้องกันกำจัด ใช้พันธุ์ต้านทานโรค เช่น ปทุมธานี 1      ปรับปรุงดินโดยการไถกลบฟาง หรือปลูกพืชหมุนเวียน เพื่อเพิ่มธาตุอาหารในดิน เร่งให้ข้าวแข็งแรงมากขึ้นคลุกเมล็ดพันธุ์ก่อนปลูกด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อรา  อัตรา 3 กรัม/เมล็ด 1 กิโลกรัม ใส่ปุ๋ยโปแตสเซียมคลอไรด์ (0-0-60) อัตรา 5-10 กิโลกรัม/ไร่ ช่วยให้ข้าวเป็นโรคน้อยลง ถ้าพบว่าโรคระบาดหนัก ให้ใช้ยาป้องกันกำจัด ฉีดพ่นในอัตราที่เหมาะสม หรือใช้สารเสริมบำรุง RD2551 ช่วยให้ภูมิต้านทานสูงขึ้น

3.       โรคใบสีส้ม

                ลักษณะอาการ ใบข้าวจะมีสีเหลืองสลับเขียว ต่อมาจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เริ่มจากปลายใบเข้าหาโคนใบ ในระยะกล้าถ้าเป็นรุนแรงมาก อาจถึงตายได้ ต้นที่เป็นโรค จะเตี้ย แคระแกร็น เมื่อถึงระยะออกรวง จะออกรวงช้ากว่าปกติ ให้รวงเล็ก หรือไม่ออกรวง
                สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งมีเพลี้ยจักจั่นสีเขียว เป็นพาหะการป้องกันกำจัด ใช้พันธุ์ข้าวต้านทานเพลี้ยจักจั่นสีเขียว เช่น กข 1 กข 3 ใช้สารป้องกันกำจัดเพลี้ยจักจั่น เช่น ในกรณีโรคระบาดหนัก
4.       โรคเมาตอซัง   

ลักษณะอาการ      
โรคข้าวจะแสดงอาการคล้ายขาดธาตุไนโตรเจน ต้นแคระแกร็น ใบซดเหลืองเริ่มจากด้านล่าง มีอาการโรคใบจุดสีน้ำตาลปนด้วย พบในขณะที่ขบวนการเน่าสลายของซากพืชในนาไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดสารซัลไฟด์ไปทำลายรากข้าว รากจะเน่าดำไม่สามารถดูดธาตุอาหารจากในดินได้ ต้นเหตุที่สำคัญเกิดจากที่เกษตรกรทำนากันอย่างต่อเนื่อง การป้องกันกำจัดระบายน้ำเสียออกจากแปลง ทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อให้รากข้าวได้รับอากาศ แล้วค่อยสูบน้ำเข้าใหม่  หลังเก็บเกี่ยวควรทิ้งแปลงเพื่อพักดิน ไว้ประมาณ 1 เดือน แล้วค่อนไถพรวนเพื่อหมักตอซัง และรอการสลายตัว ประมาณ 2 สัปดาห์  ไม่ควรให้ระดับน้ำอยู่สูงเกินไป และให้มีการไหลเวียนของน้ำอยู่เสมอ



โรคเมาตอซัง  

อาการ เริ่มพบอาการเมื่อข้าวอายุประมาณ 1 เดือน หรือ ระยะแตกกอ ต้นข้าวจะแสดงอาการคล้ายขาดธาตุไนโตรเจน ต้นแคระแกร็น ใบซีดเหลืองจากใบล่างๆ มีอาการโรคใบจุดสีน้ำตาล จะพบในขณะที่ขบวนการเน่าสลายของเศษซากพืชในนายังไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดสารพิษเป็นสารซัลไฟด์ไปทำลายรากข้าว จะเกิดอาการรากเน่าดำ รากจึงไม่สามารถดูดธาตุอาหารจากในดินได้ ต้นข้าวจึงแสดงอาการขาดธาตุอาหาร ในขณะเดียวกันมักจะพบต้นข้าวสร้างรากใหม่ในระดับเหนือผิวดิน ซึ่งต้นเหตุของปัญหาเกิดจากเกษตรกรทำนาอย่างต่อเนื่อง ไม่มีการพักนา และเกิดการหมักของตอซังระหว่างข้าวแตกกอ

การป้องกันกำจัด

  ระบายน้ำเสียในแปลงออกทิ้งให้ดินแห้งประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อให้รากข้าวได้รับอากาศ หลังจากนั้นจึงนำน้ำใหม่เข้าและหว่านปุ๋ย
  หลังเก็บเกี่ยวข้าว ควรทิ้งระยะพักดินประมาณ 1 เดือน ไถพรวนแล้วควรทิ้งระยะให้ตอซักเกิดการหมักสลายตัวสมบูรณ์อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  ไม่ควรให้ระดับน้ำในนาสูงมากเกินไปและมีการไหลเวียนของน้ำอยู่เสมอ
  

โรคเมาตอซัง เริ่มพบอาการเมื่อข้าวอายุประมาณ 1 เดือน หรือ ระยะแตกกอ ต้นข้าวจะแสดงอาการคล้ายขาดธาตุไนโตรเจน ต้นแคระแกร็นใบซีดเหลืองจากใบล่าง ๆ มีอาการโรคใบจุดสีน้ำตาล จะพบในขณะที่ขบวนการเน่าสลายของเศษซากพืชในนายังไม่สมบูรณ์ทำให้เกิดสารพิษ ไปทำลายรากข้าว เกิดอาการรากเน่าดำ รากจึงไม่สามารถดูดธาตุอาหารจากในดินได้ต้นข้าวจึงแสดงอาการขาดธาตุอาหาร เป็นโรคที่ไม่มีเชื้อสาเหตุจึงไม่มีการระบาดติดต่อกัน ป้องกันกำจัดด้วยการระบายน้ำเสียในแปลงออก ทิ้งให้ดินแห้งประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อให้รากข้าวได้รับอากาศหลังจากนั้นจึงนำน้ำใหม่เข้าและหว่านปุ๋ย หลังเก็บเกี่ยวข้าวควรทิ้งระยะพักดินประมาณ 1 เดือนไถพรวนแล้วควรทิ้งระยะให้ตอซังเกิดการหมักสลายตัวสมบูรณ์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ และไม่ควรให้ระดับน้ำในนาสูงมากเกินไปและมีการไหลเวียนของน้ำอยู่เสมอ.จากสภาวะปัจจุบันที่ข้าวมีราคาเพิ่มสูงขึ้นทำให้เกษตรกรหันมาทำนาปรังในหน้าแล้งกันมากขึ้น ซึ่งทำให้มีการพักแปลงนากันน้อยมาก จากปัจจัยของการปลูกข้าวในหน้าแล้งที่มีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ และไม่มีการพักนา จะทำให้เกษตรกรบางพื้นที่ประสบปัญหาของโรคเมาตอซัง ลักษณะอาการของโรคจะแสดงอาการคล้ายขาดธาตุไนโตรเจนต้นแคระแกร็น , ใบเหลืองซีด เริ่มจากด้านล่าง มีอาการโรคใบจุดสีน้ำตาลปนด้วย พบในขณะที่ขบวนการย่อยสลายขอซังข่าวในนาไม่สมบูรณ์ทำให้เกิดก๊าซพิษ โดยเฉพาะในช่วงแล้งอุณหภูมิของน้ำสูง สภาวะดังกล่าวจะทำให้ออกซิเจนที่ละลายในน้ำมีปริมาณน้อยทำให้ออกซิเจนไม่เพียงพอที่จะลดปริมาณซัลไฟด์ที่เกิดขึ้นไปทำลายรากข้าวจนเน่าดำ ไม่สามารถดูดธาตุอาหารจากดินได้ การป้องกันโรคดังกล่าวสามารถทำได้โดยระบายน้ำเสียออกจากแปลงนาทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อให้รากข้าวได้รับอากาศแล้วค่อยสูบน้ำเข้าแปลงใหม่ หลังเก็บเกี่ยวควรทิ้งแปลงเพื่อพักดินไว้ประมาณ 1 เดือน แล้วค่อยไถพรวนเพื่อหมักตอซังและรอการสลายตัวประมาณ 2 สัปดาห์ ระหว่างนี้ไม่ควรให้ระดับน้ำอยู่สูงเกินไปควรให้มีการไหลเวียนของน้ำอยู่เสมอ

การใช้จุลินทรีย์เพื่อช่วยในการย่อยสลายตอซังนำมาเป็นทางเลือกของเกษตรน่าจะส่งผลเสียเนื่องจากจุลินทรีย์ย่อยสลายในพื้นที่มีมากพอแล้วถ้านำจุลินทรีย์เติมเข้าไปอีกทำให้จำนวนหนาแน่นไม่แตกต่างกับเทขยะลงไปทำให้ออกซิเขจนต่ำลงมาก คาร์บอนไดออกไซด์สูง หรือก๊าซพิษอื่น วิธีที่ดีที่สุดน่าจะมีการฟื้นฟูบำรุงน้ำปรับสภาพดินด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงสูตรโปรตีนพิเศษ ที่มีงานวิจัย RD2551
www.gonsukkasem.com                                             

line id 0853265564

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บทบาทของโปรตีน อะมิโน R&D 2551

บทบาทของโปรตีน อะมิโน R&D 2551 ในการลดต้นทุน/เพิ่มผลผลิต             ต้องยอมรับความจริงว่าประเทศไทยมีการใช้ “หัวเชื้อจุลินทรีย์”ในการเกษตรมากขึ้น  เพราะเชื่อว่ามันเป็นกลไกสำคัญในการปรับปรุงบำรุงดินดีขึ้นลดการใช้ปุ๋ยเคมี             แต่หัวเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดยังไม่ได้รับการตรวจสอบและรับรองคุณภาพหรือได้ใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายจากกรมวิชาการเกษตร             ด้วยเหตุนี้ อาจารย์กร  สุขเกษม  วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน ได้คิดค้นและวิจัยโดยสกัดหน่วยเล็กสุดของโปรตีนจากผลิตภัณฑ์ผึ้งในรูปแบบของ “พอลิเปปไทด์พับซ้อนอัดแน่น”ซึ่งมีโมแลกุลที่มีพลังประจุไฟฟ้าหลายกลุ่มมีความสำคัญที่สุดต่อเซลล์สิ่งมีชีวิตและมีคุณสมบัติการทำละลายทางกายภาพ     และ ฟิสิกส์ของแร่ธาตุในดินและน้ำ             เป็นเวลากว่า 4 ปีในการวิจัยและทดสอบหัวเชื้อจุลินทรีย์โปรตีนอะมิโนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอย่าง ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา เป็นต้น นายพิเชษฐ  ไชยพาณิชย์ ผ.อ ยืนยันว่าให้ผลผลิตยางมากที่สุดนอกจากนี้สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ม.เกษตรฯบางเขนได้ทดสอบแล้วพบว่ามีโปรตีน 13.33% ของน้ำหนักและจุลินทรีย์อะมิโนโปรตีน…

วิธีแก้ราสนิมของแก้วมังกรด้วย PARD2551 ได้ผลจากการใช้จริงในพื้นที่ทุกภาคมา 2-3 ปี

โรคเชื้อราสนิม ที่เกิดกับแก้วมังกร
           มีลักษณะคล้ายกับ โรคในมะนาว เป็นโรคที่แก้ไม่หายด้วยสารเคมี จากการพยายามมานานของเกษตรกรและมีราคาแพง จึงทำให้เป็นปัญหาต่อการผลิตแก้วมังกรในประเทศ ซึ่งมีความต้องการของตลาดสุขภาพสูงและขายได้ราคาดีเป็นโอกาสที่เกษตรจะสร้างรายได้ในครัวเรือนได้เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง           โรคนี้เรียกว่า โรคลำต้นจุดสีน้ำตาล เชื้อสาเหตุโรคเกิดจากเชื้อรา Dothiorella sp.พบว่าระบาดหลายระดับทั่วทุกภาคของประเทศประเทศ
อาการของโรค
          ลักษณะอาการจะพบในบริเวณกิ่งอ่อนและผลอ่อนเป็นจุดสีเหลือง จากนั้นจะเกิดเป็นตุ่มจุดนูนเล็กสีน้ำตาลคล้ายสนิม และคล้ายแผลขนาดใหญ่คล้ายรอยปื้นไหม้ ถ้าเกิดที่ผลทำให้ผลเสียหายเป็นตำหนิ ทำให้ราคาและคุณภาพต่ำ
แนวทางการแก้ไข
          ลดการใช้ปุ๋ยเคมี คอก มากเกินไป ทำให้ต้นอ่อนแอต่อโรค โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรีย และปุ๋ยคอก หมักที่ไม่สมบูรณ์ใส่ให้น้อยที่สุดเท่าที่ต้นไม่ขาดธาตุอาหารก็เพียงพอ
          ใช้สารสูตรโปรตีนพิเศษเฉพาะ PARD ฉีดพ่นต้นทุก 7-15 วัน และให้ฉีดลงดินด้วยเปลี่ยนรูปแหล่งหลบซ่อนของเชื้อที่อาศัยในดิน ถ้ายังไม่หายมากเป็นที่น่าพอใจก็เพิ่มเวลา…

สวนทุเรียนน้องใหม่อายุ1ปี4เดือนที่สุราษฎร์เกิดใบเหลืองร่วง

ผลไม้ที่คนต่างประเทศแย่งคนไทยบริโภคยุคนี้จะเป็นอย่างอื่นไม่ได้นั่นคือผลทุเรียน โดยเฉพาะชาวจีนเข้ามาทำเป็นธุรกิจถึงถิ่น
ปลูกกันเลย ยังมีชาวฮ่องกง ญี่ปุ่น ยุโรป ฯรู้จักรับประทานเพราะชื่นชอบรสชาติกันอย่างดี ด้วยเหตุนี้เกษตรกรผู้ปลูกสวนยางพารา
ที่ราคาตกต่ำหันมาปลูกทุเรียนกันมากขึ้นทุกวัน แต่การสร้างสวนใหม่นั้นก็พบปัญหานานาประการ การทำเกษตรนั้นส่วนมากในบ้าน
เราส่วนใหญ่เกษตรกรทำกันไปโดยประมาณไม่แน่นอน บอกต่อกันแนะนำไปตามเขาว่ามาจึงพบปัญหาใหม่ๆเข้ามาให้แก้ไขกันอยู่
เสมอก็เป็นอย่างนี้แหละ แต่บางคนที่จริงจังในการทำนั้นไม่ยอมอยู่นิ่งเฉยหาวิธีการใหม่ๆมาทดลองแต่ก็ไม่พ้นปัญหาอยู่ดี มีคนบอก
ใช้สารเคมีดินเสียจึงไปเอาขี้วัวมาใส่ต้นละกระสอบ ผลการใช้ทำให้ใบร่วงเหลืองทั้งสวนนี่แหละครับ บันทึกผู้สอบถามแต่ละวันเก็บ
ปัญหาที่แตกต่างกันออกไปไว้แต่ช่วยแนะนำไปแล้วให้ใส่ทีละเล็กละน้อยก็ดีขึ้น